Page 95 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 95

ดังนั้น ในการพัฒนาลูก พ่อแม่ต้องเริ่มจากการมีทัศนคติที่ถูกต้อง ต้องเรียนรู้     เด็กวัยนี้ถ้าดูตามพัฒนาการแล้วสามารถฝึกให้ท�าสิ่งต่างๆ ในกิจวัตรประจ�าวันได้    ในกำรฝึกลูก

 เข้าใจพฤติกรรมพัฒนาการของเด็ก ไม่มองว่าอาการดื้อ ต่อต้าน การแสดงอารมณ์  โดยพ่อแม่สอน มีกฎระเบียบให้ลูกปฏิบัติง่ายๆ เช่น จัดตารางเวลาให้เด็กท�ากิจวัตร  ต้องท�ำให้ลูกรู้สึก

 ของลูกเป็นปัญหา ถ้าพ่อแม่มีทัศนคติไม่ถูกต้องอาจจะตอบสนองอารมณ์เด็กในทางลบ   ประจ�าวัน เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่าควรต้องท�าอะไรเมื่อไร เช่น ตื่นมาแล้วไปอาบน�้า   ด้วยว่ำเป็นที่รัก
 เช่น ดุว่า ท�าโทษ ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เด็กพัฒนาเรื่องการรู้จักอารมณ์ ควบคุมอารมณ์   แปรงฟัน เสร็จแล้วกินข้าว แล้วปล่อยให้เล่นได้ ที่โรงเรียนหรือเนิร์สเซอรี่อาจจะ
 หรือสงบสติอารมณ์ได้ แต่กลับจะท�าให้เด็กต่อต้านและดื้อมากขึ้น  นอกจากเข้าใจ  ใช้ระฆังตี หรือใช้เสียงเพลงบอกให้เด็กรู้ว่าต้องท�าอะไร เช่น พอเพลงนี้ขึ้นเด็กๆ   คุณพ่อคุณแม่รัก

 พฤติกรรมพัฒนาการของเด็กแล้ว พ่อแม่ต้องมีทักษะในการตอบสนองลูกแบบ   ต้องเลิกเล่น เก็บของ ไปกินอาหารว่าง  เป็นกฎกติกาง่ายๆ ที่ส่วนใหญ่ท�ากันอยู่แล้ว   และเข้ำใจลูก

 วินัยเชิงบวก (Positive Discipline) เพื่อยังคงความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกต่อไป   แต่บางบ้านอาจจะไม่ท�า หรือไม่เห็นความส�าคัญว่าลูกควรจะตื่นหรือเข้านอน
 ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จะท�าให้ฝึกสอน ปลูกฝังเรื่องต่างๆ แก่ลูกได้โดยง่าย โดยเฉพาะ  เป็นเวลา ลูกจะเรียนรู้เวลาจากกิจวัตรประจ�าวันเหล่านี้  เมื่อลูกท�าได้แล้วก็จะท�าให้
 สมองเด็กวัยนี้มีศักยภาพพร้อมจะเรียนรู้พัฒนาอยู่แล้ว การตอบสนองที่ถูกต้อง   การเลี้ยงลูกง่ายขึ้น เด็กท�าอะไรเป็นเวลาสม�่าเสมอ คนเลี้ยงก็จะมีเวลาพัก

 จะท�าให้สมองลูกพัฒนารุดหน้ายิ่งขึ้น   ไม่เหนื่อยมาก และจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของลูกในภายภาคหน้า เป็นพื้นฐาน

               ให้ลูกควบคุมก�ากับตัวเองได้
 วินัยเชิงบวก (Positive Discipline) เพื่อพัฒนาทักษะสมอง EF      ในขณะเดียวกัน การฝึกวินัยลูกวัยนี้มักมีผลกระทบต่ออารมณ์ลูก ลูกอาจจะ
    วินัยเชิงบวก หรือ Positive Discipline คือการสื่อสารที่จะโน้มน้าว   แสดงความรู้สึก หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเสี่ยงต่อการกระทบถึงความ

 ให้เด็กรู้สึกว่ากติกาที่เราก�าหนดเป็นสิ่งที่ต้องท�า ถ้าไม่ท�าแล้วจะเกิดผลเสียอย่างไร  สัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก เพราะฉะนั้น ในการฝึกต้องท�าให้ลูกรู้สึกด้วยว่า

 การที่เด็กได้รับการฝึกให้ท�าอะไรได้เป็นการไปกระตุ้นทักษะสมอง EF ของเด็ก  เป็นที่รัก พ่อแม่รักและเข้าใจลูก
 ทั้งหมด เด็กที่ได้รับการฝึกวินัยเชิงบวกจะมีพฤติกรรมบวกโดยอัตโนมัติ มีความ     ในการฝึกเด็กแต่ละบ้าน ความแตกต่างอยู่ที่วิธีการสอน การดุว่าเด็กไม่ใช่
 ยับยั้งชั่งใจ ในขณะที่คนที่ไม่ได้รับการฝึกตั้งแต่เด็ก ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก  การสอน พ่อแม่ต้องให้เวลาลูกฝึกฝน เด็กอาจจะยังท�าไม่ได้ เพราะยังอยู่ในวัยที่ซน

 ที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นนับว่าเป็นความคุ้มค่า   ต้องดูธรรมชาติพัฒนาการตามวัยของเด็กด้วยว่าท�าอะไรได้บ้างแล้ว แต่อย่างไร

 ที่จะหล่อหลอมลูกให้รู้จักควบคุมตัวเอง และเป็นเรื่องน่าเสียดายหากไม่ได้ปลูกฝัง  ก็ต้องสอน อยู่ที่วิธีพูด สื่อสารกับลูกอย่างไรที่ท�าให้ลูกอยากควบคุมตนเองหรือว่า
 เรื่องนี้ ซึ่งการแก้ไขพฤติกรรมภายหลังท�าได้ยากกว่ามาก  อยากต่อต้าน
                  หากพ่อแม่รู้ เข้าใจพฤติกรรมพัฒนาการของเด็ก จะไม่ต�าหนิ ดุว่าเด็ก

               ค�าว่า Terrible 2 หรือ “ดื้อ” ก็จะไม่มี เพราะคือธรรมชาติของเด็ก แล้วพ่อแม่

               คงต้องถามตัวเองด้วยว่าเราสอนลูกถูกต้องแล้วหรือยัง
















 94                                                                                                           95
   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100