Page 142 - คู่มือ Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย
P. 142

แต่ในทำงตรงกันข้ำม พัฒนำกำรสมองของเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนกำร                                                          สถานการณ์ปัจจุบัน สถำนกำรณ์ปัจจุบันเป็นสถำนกำรณ์ใหม่ที่ไม่อำจควบคุมได้
                                     เจริญเติบโต และพัฒนำแบบ Bottom Up คือ สมองระดับล่ำงสุดคือสมองแกน                                      สถานการณ์      แต่ทักษะสมอง EF เป็นเครื่องมือที่ติดตัวเด็กๆ ไปจนโต
                                                                                                                                             ปัจจุบัน
                                     และสมองระดับกลำงคือสมองลิมบิก มีกำรเจริญเติบโตเต็มที่เร็วที่สุดตำมล�ำดับ                                               เป้ำหมำยของครูปฐมวัยและพ่อแม่ คือ กำรส่งเสริมให้เด็กๆ สำมำรถใช้ทักษะ
                                     ในขณะที่สมองระดับสูงคือสมองส่วนหน้ำมีกำรเจริญเติบโตเต็มที่ช้ำที่สุด โดยจะ                                            สมอง EF ไปเผชิญกับสถำนกำรณ์ใหม่ที่ก�ำลังเผชิญอยู่ เพื่อไปให้ถึงเป้ำหมำยในชีวิต

                                     เจริญเติบโตอย่ำงต่อเนื่องตั้งแต่แรกคลอดไปจนถึงวัยรุ่น และเจริญเติบโตจนเต็มที่                                        ด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงต้องใช้โอกำสที่เรำยังอยู่เคียงข้ำง คอยมองดูให้เด็กได้ลงมือท�ำ
               เมื่อพฤติกรรม
               ของเด็กแปรปรวน        เมื่ออำยุประมำณ 25 ปี                                                                                                คิดริเริ่ม วำงแผน คิดแก้ไขปัญหำ ตัดสินใจลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง และคอยช่วยให้
               ไปตามอารมณ์             จึงเป็นเรื่องธรรมดำที่พฤติกรรมส่วนใหญ่ของเด็กปฐมวัยจะแปรปรวนไปตำม                                                  ค�ำแนะน�ำในเวลำที่จ�ำเป็น หรือในเวลำที่เด็กต้องกำรควำมช่วยเหลือ แน่นอนว่ำ
               แล้วเรา “ผู้ใหญ่”     อำรมณ์และควำมต้องกำรของตนเอง มีควำมยับยั้งชั่งใจต�่ำ ควำมอดทนอดกลั้นน้อย                                             สิ่งที่เด็กๆ ท�ำอำจจะยังช้ำ ไม่ทันใจเรำนัก หรือผลงำนยังออกมำไม่สมบูรณ์แบบ
               อารมณ์จะแปรปรวน       และมีขีดควำมสำมำรถในกำรเรียนรู้และท�ำควำมเข้ำใจจ�ำกัด ซึ่งถ้ำหำกพ่อแม่และ
               ตามเด็กไปหรือไม่                                                                                                                           อย่ำงที่เรำต้องกำร แต่กำรใช้ประสบกำรณ์ของผู้ใหญ่ที่มีมำกกว่ำไปคิดแทนและท�ำ
                                     ครูปฐมวัยไม่เข้ำใจเรื่องพัฒนำกำรทักษะสมอง EF ก็จะอำรมณ์เสียและเครียดได้ง่ำย                                          แทนเด็กๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมำดีที่สุดนั้น เป็นกำรตัดโอกำสกำรเรียนรู้ฝึกฝนทักษะ

                                     และเกิดเป็นค�ำถำมมำกมำย เช่น ท�ำไมสอนแล้วเด็กๆ ถึงไม่จ�ำ ท�ำไมบอกแล้วไม่ฟัง                                          สมอง EF ของเด็กมำกที่สุดด้วยเช่นกัน
                                     ท�ำไมไม่ยอมท�ำตำม ท�ำไมก้ำวร้ำว ท�ำไมเด็กดื้อ                                                                          ดังนั้นควำมท้ำทำยของกำรเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF

                                       ดังนั้นควำมท้ำทำยของกำรเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF คือ                                             ในเรื่องนี้คือ กำรให้โอกำสเด็กได้ลงมือท�ำเองซ�้ำๆ บ่อยๆ และกำรยอมรับพฤติกรรม
                                     กำรควบคุมอำรมณ์เมื่อเผชิญกับพฤติกรรมที่ไม่เหมำะสมของเด็ก และใช้วิธีกำร                                               หรือผลงำนตำมศักยภำพและควำมสำมำรถของเด็กแต่ละคน

                                     สอนที่เหมำะสมกับกำรส่งเสริมพัฒนำกำรทักษะสมอง EF

                                                                                                                                                          เป้าหมายในอนาคต เป้ำหมำยที่ตั้งใจของเด็กปฐมวัยบรรลุยำก โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง
                                     ประสบการณ์ในอดีต ประสบกำรณ์ในอดีตของเด็กปฐมวัยมีเพียงน้อยนิด แต่เป็น                                    เป้าหมาย     เมื่อเป้ำหมำยของเด็กๆ แตกต่ำงจำกเป้ำหมำยครูปฐมวัยและพ่อแม่ เป้ำหมำย
                     ประสบการณ์      ปัจจัยส�ำคัญต่อกำรพัฒนำทักษะสมอง EF และคุณภำพของจิตใจและพฤติกรรม                                        ที่ตั้งใจไว้   ของเด็กมักจะถูกแทนที่ด้วยเป้ำหมำยของผู้ใหญ่ เช่น เมื่อเด็กหยิบไม้กวำดมำ
                        ในอดีต         ส�ำหรับเด็กปฐมวัย “ประสบกำรณ์ในอดีต” เป็นประสบกำรณ์เดิมที่ยังมีน้อย                                                กวำดห้อง ครู พ่อแม่ จะมีปฏิกิริยำตอบสนองด้วยกำรบอกให้เด็กเก็บไม้กวำด เพรำะ

                                     และมีเนื้อหำจ�ำกัดตำมศักยภำพกำรเรียนรู้ จึงยังมองไม่เห็นอย่ำงที่ผู้ใหญ่เห็น และ                                      ไม่อยำกให้เด็กมือเปื้อน เป็นต้น ท�ำให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กไม่เข้ำใจซึ่งกันและกัน

                                     ยังไม่เข้ำใจโลกใบนี้อย่ำงที่ผู้ใหญ่เข้ำใจ ดังนั้นกำรสอนและกำรฝึกฝนเด็กปฐมวัย                                         ทะเลำะกันบ่อยครั้ง จนก่อเกิดเป็นสัมพันธภำพที่ไม่ดี ส่งผลให้เด็กหมดแรงจูงใจ
                                     เพื่อส่งเสริมพัฒนำกำรทักษะสมอง EF จะต้องค�ำนึงถึงประสบกำรณ์ในอดีต                                                    ในกำรเริ่มต้นคิด ตั้งเป้ำหมำยและลงมือท�ำ

                                     อำยุ ศักยภำพกำรเรียนรู้ และควำมต้องกำรพื้นฐำนทำงจิตใจของพวกเขำ เพื่อให้                                                นอกจำกนี้เป้ำหมำยของเด็กปฐมวัยที่ตั้งใจไว้มักจะไม่ค่อยบรรลุ เนื่องจำก
                                     สำมำรถเข้ำใจสิ่งที่สอน และเก็บสั่งสมไว้ในคลังสมอง เป็นประสบกำรณ์เดิมที่จะ                                            เด็กปฐมวัยจะไวต่อสิ่งเร้ำภำยในตัวเองเอง มีควำมรู้สึกไวต่อกำรเปลี่ยนแปลง

                                     สำมำรถดึงออกมำใช้เป็นข้อมูลส�ำหรับคิดเชื่อมโยงกับเหตุกำรณ์เฉพำะหน้ำใน                                                ทำงร่ำงกำย จิตใจและสิ่งเร้ำภำยนอกตัวเด็ก เช่น สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ดึงดูด
                                     อนำคตได้                                                                                                             ควำมสนใจ นอกจำกนั้นยังมีควำมสำมำรถต�่ำในกำรขจัดสิ่งเร้ำทั้งภำยในและ

                                       ดังนั้นอีกหนึ่งควำมท้ำทำยของกำรเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง                                           ภำยนอก จึงท�ำให้เด็กเล็กไม่สำมำรถก�ำกับตนเองให้ไปถึงเป้ำหมำยได้
                                     EF คือกำรสอนที่ค�ำนึงถึงประสบกำรณ์เดิมของเด็กปฐมวัย และกำรปลูกฝังคุณค่ำ

                                     ทำงจิตใจ



            142                                                                                                                                                                                                                  143
   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146   147