สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก EF สำหรับพ่อ-แม่

EF สำหรับพ่อ-แม่

ข้อแนะนำที่พ่อแม่และครูควรใส่ใจ

ในการพัฒนาทักษะ EF มีข้อแนะนำที่พ่อแม่และครูควรใส่ใจ ดังต่อไปนี้ ในการพัฒนาทักษะ EF อาศัยความเข้าใจ บนสัมพันธภาพที่อบอุ่น มีความรักความเมตตา ความสม่ำเสมอของพ่อแม่ และครูเป็นพื้นฐาน พัฒนาทักษะ EF ให้ลูกสม่ำเสมอในกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ประเมินว่าลูกมี EF ในด้านใดบ้างเป็นจุดแข็ง ด้านใดบ้างเป็นจุดอ่อน ด้านที่เป็นจุดแข็งให้ส่งเสริมและชมเชย ด้านที่เป็นจุดอ่อนให้คอยปรับแก้ พัฒนาหรือเลือกกิจกรรมที่ช่วยพัฒนา EF แต่ละด้านที่เหมาะสมกับลูก ค่อยๆ...

พัฒนาทักษะ EF ด้วยการเต้นแอโรบิก

วารสาร Psychonomic Bulletin and Review ได้ตีพิมพ์บทความ “Benefits of Regular Aerobic Exercise for Executive Functioning in Healthy Populations” ชี้ว่า มีหลักฐานมากมายที่บอกว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกสม่ำเสมอเป็นวิธีง่ายๆที่จะทำให้คนที่มีสุขภาพปกติได้รับการพัฒนา EF” ในกลุ่มเด็กนักเรียน การเต้นแอโรบิกช่วยพัฒนาการทำงานของ Working Memory ในการจำว่าต้องทำท่าอะไรบ้าง...

วิธีส่งเสริมให้ลูกกล้าริเริ่ม ลงมือทำ

จุดเริ่มต้นหนึ่งของความสำเร็จในชีวิตคนเราอยู่ที่การกล้าริเริ่ม ลงมือทำ แม้จะฉลาดปราดเปรื่องในการคิด หรือวางแผนไว้สวยหรูเพียงไร หากไม่ลงมือทำ หรือไม่กล้าเป็นผู้ริเริ่ม ก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ความมั่นใจที่จะลงมือทำนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างเสริมให้ลูกได้ตั้งแต่วัยอนุบาล ดังนี้ เปิดโอกาสและสนับสนุนให้ลูกได้ทำในสิ่งที่อยากทำ (ถ้าดูแล้วว่าไม่มีอันตราย) และทำในสิ่งที่ทำได้ตามพัฒนาการของลูก เช่น ติดกระดุมเสื้อ ผูกเชือกรองเท้า ฯลฯ อย่าคิดเพียงว่าลูกยังเล็กเกินไป แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ทำให้เสียหมด (เช่นนี้ลูกก็จะขาดความมั่นใจไม่กล้าทำอะไรเอง) ชวนลูกลงมือทำสิ่งต่างๆ หรือชวนวางแผนที่จะทำกิจกรรมที่ลูกชอบในวันหยุด ขอให้ลูกช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ที่พอทำได้...

ลูกวัยอนุบาลมีสมาธิจดจ่อแค่ไหน

แน่นอนว่าเด็กเล็กๆ ยังไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อกับอะไรได้ไม่นาน ซึ่งหากจะจับเด็กไปนั่งเรียนเขียนอ่านทันทีที่เข้าโรงเรียน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามเด็กเล็กๆ วัยอนุบาลโดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว ก็พอจะมีสมาธิจดจ่อได้บ้างระดับหนึ่ง ดังนี้ ช่วงวัย 3 ขวบ เขาจะเปิดหนังสือดูรูปหรือนิทานภาพอย่างต่อเนื่องได้นานประมาณ 3-5 นาที โดยมีผู้ใหญ่ชี้ชวน ฟังคนอื่นพูด แล้วโต้ตอบด้วยวาจาหรือการกระทำ มีสติจดจ่อในการเล่นหรือทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องได้นานประมาณ 5-10 นาที ช่วงวัย 4 ขวบ เปิดหนังสือดูภาพด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องได้นานประมาณ 5-10 นาทีหรือจนจบ...

วิธีดูแลอารมณ์ลูกเพื่อให้ EF พัฒนา

การดูแลพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กวัยอนุบาล มีความสำคัญต่อการสร้างพื้นฐาน EF ที่ดี เด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีจะกำกับควบคุมตัวเองได้ดี มีความยับยั้งชั่งใจ มีสมาธิจดจ่อต่อการเรียนรู้ ดังนั้นพ่อแม่ คุณครูต้องช่วยเด็กให้มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี เด็กจึงจะมีจิตใจที่แจ่มใส ร่าเริง มีความสุข พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่างๆ ด้วยวิธีการต่อไปนี้ คุณพ่อคุณแม่ ผู้ใหญ่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูก พร้อมเข้าใจและรับฟัง เป็นแบบอย่างที่ดีในการควบคุมอารมณ์ ไม่ฉุนเฉียวง่าย ไม่ก้าวร้าวรุนแรง เมื่อลูกอาละวาด คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็น สงบ ตั้งสติ ...

พัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กวัยอนุบาล

เมื่อดูพัฒนาการตามวัยของเด็กวัยอนุบาลแล้ว เราจะพบว่าเด็กเล็กมีพัฒนาการทางอารมณ์ รู้จักอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ และสามารถควบคุมอารมณ์ได้บ้างแล้ว ลองดูว่าลูกมีพัฒนาการดังนี้หรือไม่ ช่วงวัย 3 ขวบ บอกว่ารักพ่อแม่ คนใกล้ชิดได้ แสดงความดีใจ พอใจ เมื่อทำอะไรสำเร็จ ควบคุมอารมณ์ได้ เมื่อเจอเรื่องที่ไม่ได้ดังใจ ไม่อาละวาดโวยวาย เข้าไปในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย เช่น ไปตัดผม ไปหาหมอ ฯลฯ ก็ไม่ถึงกับกลัว เมื่อผู้ใหญ่ปลอบประโลมก็หยุดหรือสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง แบ่งปันการเล่นกับเพื่อนได้ ช่วงวัย 4ขวบ...
73,285แฟนคลับชอบ
- EF Shop ร้านจำหน่ายหนังสืออนไลน์ -

Latest Articles

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF ในบทความก่อนหน้า หมอได้กล่าวถึงวิธีการส่งเสริมทักษะสมอง EF ในด้านต่างๆ ไว้หลายวิธี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองได้นำไปใช้กับบุตรหลานของท่าน อย่างไรก็ดี มีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF ไม่น้อย แต่มักจะไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงสักเท่าไร นั่นก็คือ สุขภาพจิต โดยในบทความนี้เราจะมาเน้นที่สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF กันนะครับ เวลากล่าวถึงสุขภาพจิต ทุกท่านก็มักจะคิดไปถึงคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นคนไข้โรคจิตเภท คนไข้โรคซึมเศร้า หรือที่ได้ยินกันบ่อยในช่วงนี้ อย่างผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว...

บทที่ 8 ตอนที่ 4 : กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ครูคือบุคลากรสำคัญที่สุดในการสร้างคนคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาที่มีเป้าหมายพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน ซึ่งมีการคิดค้นแนวทางและวิธีการในการเรียนการสอนที่แตกต่างจากโรงเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป รวมทั้งรับเอาแนวคิดเรื่องการพัฒนาทักษะสมอง EF และการพัฒนา Self มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้วย ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นครูที่นี่จึงต้องได้รับการฝึกฝน โดยมีกระบวนการฝึกอบรมที่น่าสนใจที่โรงเรียนอื่นๆ สามารถหยิบไปใช้ได้เช่นกัน  1. เปิดตาเปิดใจ สำหรับการเป็นครูของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาไม่ได้รับคัดเลือกแล้วให้สอนทันที ต้องผ่านขั้นตอนการฝึก โดยแรกเริ่ม 3 เดือนแรกที่เข้าเป็นครู ทางโรงเรียนจะให้ครูใหม่ได้ดูการเรียนการสอนและทำความใจกระบวนการทุกอย่าง แล้วให้ดูใจตัวเอง ให้ถามตัวเองว่าหลังจากได้เห็นบรรยากาศการทำงานของครู เห็นการเรียนการสอนแบบนี้รับได้หรือไม่ ถ้ารับได้จะเซ็นสัญญา 1 ปี...

บทที่ 8 ตอนที่ 3 : เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก

เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก จากการปฏิบัติตามแนวการเรียนการสอนในโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ครูได้พบว่า Self ของเด็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมก็จะช่วยสร้าง Self ที่ดีให้เด็กด้วย ดังนี้ การเรียนรู้ของผู้เรียนจะก้าวไกลไม่ได้ ถ้าไม่มี Self-control และ Self esteem เพราะจะช่วยให้เด็กเรียนอย่างมีฉันทะ จิตศึกษา จิตวิทยาเชิงบวก กระบวนการที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น...

บทที่ 8 ตอนที่ 2 : คำถามฝึกให้เด็กสะท้อนคิด (Reflection) และสรุปการเรียนรู้ (AAR)

คำถามฝึกให้เด็กสะท้อนคิด (Reflection) และสรุปการเรียนรู้ (AAR) (ตามแนวทางจิตศึกษา โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์) เมื่อจบการทำโครงงาน งานกลุ่ม หรือการเรียนแต่ละเรื่อง หากครูเปิดโอกาสให้เด็กได้สะท้อนคิด หรือแสดงความคิดเห็นความรู้สึกต่อเรื่องที่เรียนรู้ ครูก็จะทราบว่าเด็กเกิดการเรียนรู้จริงๆหรือไม่ มีอุปสรรคปัญหาในการเรียนอย่างไร รวมทั้งเด็กได้สรุปความรู้ที่เรียนมา เกิดความเข้าใจเรื่องที่เรียนมากขึ้นเมื่อได้ฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ  เรามีชุดคำถามนำมาแนะนำให้คุณครูนำไปใช้เปิดประเด็นให้เด็กๆ ได้สะท้อนคิดและสรุปการเรียนรู้ดังนี้ ชุดคำถามนำสะท้อนคิด (Reflection)-จากกิจกรรมที่ทำหรือเรียนรู้ นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง และรู้สึกอย่างไร เพราะเหตุใด- นักเรียนเจออุปสรรคปัญหาอะไรบ้าง...

บทที่ 8 ตอนที่ 1 : การสร้าง “สนามพลังบวก” ในโรงเรียน

การสร้าง “สนามพลังบวก” ในโรงเรียน โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่หรือชุมชนที่เป็น “สนามพลังบวก”เป็นแนวคิดที่อาจารย์วิเชียร ไชยบัง ครูใหญ่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ได้กล่าวไว้ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้นักเรียนเมื่อมาโรงเรียนแล้ว รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ทางกายภาพคือสถานที่มีความสะอาดร่มรื่นปลอดภัย รวมทั้งได้รับการยอมรับ เคารพในความเป็นมนุษย์ ​มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ไม่ว่าระหว่างครูกับนักเรียน หรือครูกับครู สนามพลังบวกมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก สำหรับโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาใช้เป็นระบบสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กที่มุ่งหมายสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน อาจารย์วิเชียรเล่าว่า “เราจะทำทุกอย่างไม่ให้เด็กรู้สึกว่าถูกบังคับ เช่น ไม่มีเสียงออด เสียงระฆัง แต่สร้างวิถีที่เป็นวัฒนธรรมที่เด็กต้องกำกับตัวเองให้ได้ในแต่ละช่วงเวลา...