สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก EF สำหรับคุณครู

EF สำหรับคุณครู

วิธีดูแลอารมณ์เด็กเพื่อให้ EF พัฒนา

การดูแลพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กวัยอนุบาล มีความสำคัญต่อการสร้างพื้นฐาน EF ที่ดี เด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีจะกำกับควบคุมตัวเองได้ดี มีความยับยั้ง การดูแลพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กวัยอนุบาล มีความสำคัญต่อการสร้างพื้นฐาน EF ที่ดี เด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีจะกำกับควบคุมตัวเองได้ดี มีความยับยั้งชั่งใจ มีสมาธิจดจ่อต่อการเรียนรู้ ดังนั้นพ่อแม่ คุณครูต้องช่วยเด็กให้มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี เด็กจึงจะมีจิตใจที่แจ่มใส ร่าเริง มีความสุข พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่างๆ ด้วยวิธีการต่อไปนี้ - คุณครู ผู้ใหญ่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก พร้อมที่จะเข้าใจและรับฟัง - คุณครูเป็นแบบอย่างที่ดีในการควบคุมอารมณ์มีความหนักแน่น สม่ำเสมอ...

ใช้ดนตรีพัฒนาความคิดยืดหยุ่นสร้างสรรค์

มนุษย์ทุกคนมีธรรมชาติที่รักเสียงดนตรี การเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกเชื้อชาติวัฒนธรรมตลอดมา ช่วงวัย 3 ขวบ เด็กจะร้องเพลงได้บางเพลงง่ายๆ ร้องกับคนอื่นได้ เล่นเครื่องเคาะจังหวะง่ายๆ ได้ ทำเสียงดนตรีตามจินตนาการได้ เต้นหรือทำท่าทางตามจังหวะได้ ช่วงวัย 4 ขวบ บอกความแตกต่างของจังหวะเพลงอย่างง่ายๆ ได้ เช่น ช้า หรือเร็ว ร้องเพลงกับกลุ่มได้สอดคล้องพร้อมเพรียงกันมากขึ้น ช่วงวัย 5 ขวบ สร้างทำนองหรือเนื้อเพลงเองได้ หรือใช้ทำนองเพลงเก่าใส่เนื้อใหม่ได้ เสียงเพลง ดนตรี การเคลื่อนไหวเข้าจังหวะ...

วิธีฝึกเด็กให้แก้ปัญหาเก่ง

วิธีฝึกเด็กวัยอนุบาลให้คิดพลิกแพลงแก้ปัญหาเก่ง เด็กที่มีความยืดหยุ่นทางความคิดจะเป็นเด็กที่คิดพลิกแพลงแก้ปัญหาเก่ง ซึ่งเราพอมองเห็นความสามารถนี้ได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กวัยอนุบาล ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กวัยอนุบาลจะแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ได้แล้ว ช่วงวัย 3 ขวบ แก้ปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวันได้ แต่ยังลองผิดลองถูก เช่น สวมเสื้อแต่กลับด้าน ติดกระดุมเหลื่อม สวมรองเท้าผิดข้าง รู้จักถามเพื่อให้ได้วิธีการแก้ปัญหา ช่วงวัย 4 ขวบ แก้ปัญหาโดยใช้อุปกรณ์ช่วย เช่นใช้ไม่เขี่ยของที่เอื้อมหยิบไม่ถึง ช่วงวัย 5 ขวบ รู้จักแก้ปัญหาได้หลายวิธีและรู้จักเลือกวิธีที่เหมาะสม ทีนี้มาดูวิธีฝึกเด็กวัยนี้ให้มีความยืดหยุ่นทางความคิด คิดแก้ปัญหาเก่งกันบ้าง ปล่อยให้เด็กได้ช่วยเหลือตัวเองในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะในการทำกิจวัตรประจำวันให้มากที่สุด เมื่อเด็กทำไม่ได้อย่าดุว่า เมื่อเกิดปัญหา ลองปล่อยให้เด็กแก้ปัญหาด้วยตัวเองดูก่อน แล้วตั้งถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นให้เด็กใช้ความพยายามคิดถึงวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ อย่าตัดสินว่าวิธีการแก้ปัญหาของเด็กใช้ไม่ได้ ฝึกให้เด็กใช้ความคิดยืดหยุ่นด้วยการเล่านิทานให้ฟังแล้วชวนพูดคุย ให้เด็กลองสมมุติตัวเองเป็นตัวละครในนิทาน แล้วจะแก้ปัญหาหรือจะทำอย่างไร ฝึกให้เด็กคิดนอกกรอบ ด้วยการเล่นเกมต่างๆ...

เด็กวัยอนุบาลมีสมาธิจดจ่อแค่ไหน

เด็กเล็กๆ ยังไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อกับอะไรได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กๆ วัยอนุบาลโดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว ก็พอจะมีสมาธิจดจ่อได้บ้างระดับหนึ่ง แน่นอนว่าเด็กเล็กๆ ยังไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อกับอะไรได้ไม่นาน ซึ่งหากจะจับเด็กไปนั่งเรียนเขียนอ่านทันทีที่เข้าโรงเรียน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กๆ วัยอนุบาลโดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว ก็พอจะมีสมาธิจดจ่อได้บ้างระดับหนึ่ง ดังนี้ ช่วงวัย 3 ขวบ เขาจะเปิดหนังสือดูรูปหรือนิทานภาพอย่างต่อเนื่องได้นานประมาณ 3-5 นาที โดยมีผู้ใหญ่ชี้ชวน ฟังคนอื่นพูด แล้วโต้ตอบด้วยวาจาหรือการกระทำ มีสติจดจ่อในการเล่นหรือทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องได้นานประมาณ 5-10...

วิธีเสริมสร้างสมาธิจดจ่อให้เด็กทำงานสำเร็จ

วิธีเสริมสร้างสมาธิจดจ่อให้ลูกวัยอนุบาล เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และทำงานสำเร็จ คุณครูสามารถฝึกเด็กวัยอนุบาลให้มีสมาธิจดจ่อ มีความตั้งใจทำอะไรจนสำเร็จได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้ - ไม่เข้าไปรบกวน เข้าไปช่วย เวลาเด็กกำลังตั้งใจทำอะไรหรือง่วนเพลินอยู่ ปล่อยให้เขาทำจนเสร็จ - หากเด็กทำไม่ได้ ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ - ชมเชยเมื่อเห็นเด็กมีความตั้งใจและพยายาม - หาของเล่นหรือหนังสือที่เสริมสร้างสมาธิจดจ่อ เช่น นิทานที่มีภาพสวยๆ มีเสียง การต่อภาพจิ๊กซอว์ง่ายๆ การต่อบล็อก ฯลฯ - ให้เด็กทำกิจกรรมที่เสริมสร้างสมาธิจดจ่อ เช่น วาดภาพระบายสี ทำงานศิลปะ งานประดิดประดอย การเคลื่อนไหวตามจินตนาการ...

ปฐมวัย วัยทองของการพัฒนาทักษะ EF

ในช่วงปฐมวัย (แรกเกิด-6 ปี) เป็นวัยทองของการพัฒนาทักษะ EF ที่พ่อแม่และครูอนุบาลจะต้องช่วยเด็กในวัยนี้ให้พัฒนาทักษะ EF เพื่อให้เด็กมีความพร้อมกับการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นต่อไป มีงานวิจัยจากการประเมินผลของโครงการ Chicago School Readiness ชี้ว่าทักษะ EF ของเด็กที่พัฒนาในช่วงวัยอนุบาล สามารถทำนายถึงความสำเร็จในวิชาคณิตศาสตร์และการอ่านในเวลาอีก 3 ปีต่อมา ยิ่งไปกว่านั้นทักษะ EF ยังแสดงถึงความพร้อมในการเข้าเรียนได้ดีกว่าการวัด IQ ของเด็ก ทักษะ EF ในเด็กไม่ว่าการมีสมาธิจดจ่อในงานที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้การวางแผน...

ข้อแนะนำที่พ่อแม่และครูควรใส่ใจ

ในการพัฒนาทักษะ EF มีข้อแนะนำที่พ่อแม่และครูควรใส่ใจ ในการพัฒนาทักษะ EF มีข้อแนะนำที่พ่อแม่และครูควรใส่ใจ ดังต่อไปนี้ - ในการพัฒนาทักษะ EF อาศัยความเข้าใจ ความรักความเมตตา ความสม่ำเสมอของพ่อแม่ และครูเป็นพื้นฐาน - คุณครูต้องเอาใจใส่พัฒนาทักษะ EF ไปพร้อมๆ กับการเรียนการสอน - ความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนาทักษะ EF คุณครูควรสอนเด็กให้รู้จักจัดการความ- เครียด และทำตัวเป็นตัวอย่าง สอนให้เด็กเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองและผู้อื่น รู้จักควบคุมอารมณ์ รู้จักรอคอย...

พัฒนาทักษะ EF ด้วยการเต้นแอโรบิก

งานวิจัยที่พบว่า การฝึกออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นกิจกรรมที่ให้ผลในการพัฒนา EF ทั้งในเด็ก วัยหนุ่มสาว และผู้สูงอายุ วารสาร Psychonomic Bulletin and Review ได้ตีพิมพ์บทความ “Benefits of Regular Aerobic Exercise for Executive Functioning in Healthy Populations” ชี้ว่า มีหลักฐานมากมายที่บอกว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกสม่ำเสมอเป็นวิธีง่ายๆ...
66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- EF Shop ร้านจำหน่ายหนังสืออนไลน์ -

Latest Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...

EF กับการอ่าน

งานวิจัยชี้อย่างต่อเนื่องว่า การมี self-regulation กับ executive functioning skills ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาและการอ่านออกเขียนได้ที่แข็งแรงด้วยDiamond & Lee, 2011; McClelland, et al., 2007; Raver et al., 2011.งานวิจัยชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการอ่านจะบอกถึงความสามารถของ EF ในขณะเดียวกับ...