สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

อาร์แอลจี เร่งขับเคลื่อน EF : Executive Functions พัฒนาทักษะสมองเด็กปฐมวัย

กลุ่มบริษัท อาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) จัดงานประชุมวิชาการ RLG Symposium 2015 EF : Executive Functions ทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ ร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก คือ ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยรวบรวมนักวิชาการด้านทักษะสมอง นักการศึกษาและผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กกว่า 500 คน นำเสนอแนวคิดและความรู้งานวิชาการด้านทักษะสมอง EF ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

คุณสุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันอาร์แอลจี กล่าวว่า “ศตวรรษที่ 21 คือ ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ซับซ้อน พลิกผันสูง รวมทั้งในเวลาอีกไม่กี่ปี ประเทศไทยก็จะก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มขั้น ดังนั้น คนรุ่นใหม่จะต้องเก่งขึ้น แกร่งขึ้น มี Productivity สูงกว่าคนรุ่นพ่อแม่อย่างน้อย 1 เท่า สามารถแก้ปัญหายากๆ และอยู่กับคนอื่นในโลกได้ดีขึ้น รวมทั้งต้องหาความสุขเป็น แต่ถ้าเรายังพัฒนาเด็กไปไม่ถูกทาง ก็เป็นการยากที่เด็กไทยของเราจะรับมือกับปัญหาในโลกสมัยใหม่ได้”

รศ.ดร.ยูซูเกะ โมริกูจิ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสมองจากมหาวิทยาลัยการศึกษาโจเฮ็ทสึ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึง EF ไว้ว่า “เป็นกระบวนการในการคิด เพื่อกำกับควบคุมตนเองให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ช่วยให้บุคคลสามารถวางแผนดำเนินการและติดตามประเมินพฤติกรรมของตนเองได้เหมาะสม ยับยั้งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และการมีทักษะ EF ในเด็กเล็กเป็นสิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จได้หลายอย่าง ทั้งความพร้อมในการเข้าเรียนระดับประถม ทำนายความสำเร็จในการเรียนช่วงมัธยม (ได้ดีกว่าไอคิว) ทำนายความสำเร็จในการเข้าสังคม การเคารพกติกาสังคม ไม่ทำผิดกฎหมาย รวมถึงการมีสุขภาพดีในช่วงวัยผู้ใหญ่ด้วย”

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จากกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า “ความรู้เรื่อง EF เป็นความรู้ที่ต่อยอด ทำให้เห็นว่า จากฐานความรู้เรื่องการพัฒนาเด็กแบบรอบด้าน ทั้ง ร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่พ่อแม่และครูต้องยึดให้มั่นนั้น เราจำเป็นต้องพัฒนาทักษะสำคัญของสมองเพิ่มเติม เช่น ทักษะการยับยั้งชั่งใจ การยืดหยุ่นความคิด และการควบคุมอารมณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการชีวิตของเด็กในภายภาคหน้า ผู้ใหญ่จึงต้องเลี้ยงดูแล โดยส่งเสริมให้เด็กได้ใช้สมองส่วนคิด มีเหตุมีผลมากกว่าปล่อยให้เด็กให้สมองส่วนอยากที่จะทำสิ่งต่างๆ ตามอารมณ์ปรารถนาเท่านั้น”

นอกจากนี้ ดร.วรนาท รักสกุลไทย นักวิชาการด้านการอนุบาลศึกษา ให้ความคิดเห็นอย่างน่าสนใจว่า “การเรียนในระดับปฐมวัยจะต้องให้ความสำคัญกับการเล่นอย่างเป็นอิสระ ที่เด็กได้คิดวางแผนด้วยตนเอง ทั้งได้เล่นกับเพื่อน เล่นตามลำพัง ทั้งเล่นในห้องและออกไปเล่นกลางแจ้ง ให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตัวเอง ที่สำคัญให้เด็กได้มีประสบการณ์ที่หลากหลาย เหล่านี้จะช่วยพัฒนาทักษะสมอง EF ที่จะช่วยให้เด็กมีการจดจำ มีคลังข้อมูลสะสมในสมองและสามารถหยิบมาใช้เมื่อจำเป็นได้ เด็กจะได้ฝึกทักษะสำคัญของการดำรงชิวตในอนาคต ที่จะทำให้อยู่กับคนอื่นได้และทำงานจนบรรลุ”

คุณสุภาวดี หาญเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า สังคมไทยควรส่งเสริมเรื่อง EF ทักษะเพื่อจัดการชิวิตให้สำเร็จอย่างจริงจัง ผ่านสื่อและช่องทางที่หลากหลายในการร่วมเผยแพร่ EF เพื่อให้ไปถึงยังกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเว็ปไซต์ที่รวบรวมข้อมูล EF รวมถึงเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ของทักษะ EF เช่น www.rlg-ef.com เพื่อให้เด็กไทยเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็งและมีความสุขในโลกยุคใหม่

Reference : บันเทิง/สังคม-สตรี. (2 กันยายน 2558). อาร์แอลจีเปิด Thailand EF Partnership ผลักดันทักษะสมองเด็กปฐมวัย. บ้านเมือง, หน้า 24.
การศึกษา สาธารณสุข วัฒนธรรม. (3 กันยายน 2558). แนะทักษะสมองในเด็กเล็กช่วยยั้งการติดยาเมื่อเป็นวัยรุ่น. คมชัดลึก, หน้า 13.

Related Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

74,430แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...