สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก EF สำหรับพ่อ-แม่

EF สำหรับพ่อ-แม่

วิธีจัดระบบและวางแผนงานที่ทุกคนทำได้

คนเราจะทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ ต้องรู้จักวางแผนและมีระบบการทำงาน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะทำได้ ดร.คิม คอลลินส์ (Kim Collins) ได้แนะวิธีพัฒนาทักษะความสามารถในการวางแผนและจัดระบบ (Planning / Organizing) อย่างง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้กับการทำงานได้ทุกประเภทดร.คิม คอลลินส์ (Kim Collins) ได้แนะวิธีพัฒนาทักษะความสามารถในการวางแผนและจัดระบบ (Planning/Organizing) อย่างง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้กับการทำงานได้ทุกประเภท ดังนี้ ทำให้ง่าย (Simplify)โดยแตกกิจกรรมที่ยากๆออกเป็นขั้นตอนง่ายๆเขียนขั้นตอนเหล่านี้ให้ชัดเจน...

เล่นเกมพัฒนาความคิดยืดหยุ่น

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง (Nanyang Technological University-NTU) ชี้ว่า ผู้ใหญ่ที่เล่นเกม “Cut the Rope” สม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง ทำให้ EF ดีขึ้น เช่นเดียวกับเด็กที่เล่นเกมนี้ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง (Nanyang Technological University -NTU) ชี้ว่า ผู้ใหญ่ที่เล่นเกม “Cut...

วางกรอบให้เด็กมากไป เด็กจะไม่รู้จักกำกับสั่งการตัวเอง

งานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า เด็กที่มีอิสระในการคิดเอง ทำกิจกรรมเองจะเติบโตเป็นคนที่เรียนรู้ได้ดี มีอนาคตดีกว่าเด็กที่ผู้ใหญ่วางกรอบปฏิบัติให้ทุกอย่างจากผลการศึกษาของนักจิตวิทยามหาวิทยาลัยโคโลราโดและมหาวิทยาลัยเดนเวอร์ ที่ศึกษาตารางของเด็กอายุ 6 ขวบจำนวน 70 คน พบว่า หากเด็กต้องรับผิดชอบการตัดสินในด้วยตัวเองในกิจกรรมที่ครูวางกรอบปฏิบัติน้อย เด็กจะเรียนรู้ได้มากกว่าและมีการพัฒนา EF ในด้านการกำกับสั่งการตนเองได้ดีกว่า เด็กที่ครูวางกรอบปฏิบัติทั้งหมด ที่ใช้ในการกำกับสั่งการตนเอง พัฒนาเป็นอย่างมากในช่วงวัยเด็กเล็ก รวมถึงกระบวนการคิดที่ช่วยให้บรรลุสู่เป้าหมาย เช่น การวางแผน การตัดสินใจ การหยิบใช้ข้อมูล การปรับเปลี่ยนงาน...

จากโรงเรียนสู่บ้าน ช่วยกันพัฒนา EF ให้เด็ก

โรงเรียนและบ้าน คุณครูและผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน จึงจะพัฒนา EF ได้ผลดี ทุกเช้าคุณครูตรวจเช็คว่าการบ้านเรียบร้อยไหม พ่อแม่เซ็นสมุดหรือไม่คุณครูเขียนตารางเรียนของวันนี้ไว้บนกระดานให้เห็นชัดๆ และอ่านให้เด็กๆ ฟังว่าวันนี้เราจะทำอะไรกันบ้างคุณครูให้เด็กๆ จัดวางอุปกรณ์การเรียนไว้เป็นที่ทาง คอยเตือนให้บนโต๊ะสะอาดไม่มีของเกะกะใช้สีช่วยในการแบ่งแยกอุปกรณ์ สมุดวิชาต่างๆ เพื่อให้เด็กจำได้ง่ายคุณครูคอยเตือนก่อนถึงเวลา เช่น อีก 10 นาทีเราจะทำอะไร....แล้วเมื่อถึงเวลา ให้เด็กๆ ช่วยกันนับ 1-5 เพื่อให้ทุกคนเตรียมความพร้อมและตั้งใจเริ่มต้นหรือกิจกรรมต่างๆ พร้อมกันให้เด็กทำรายการกิจกรรมประจำวันติดไว้ที่โต๊ะ และเมื่อทำกิจกรรมแล้วก็เช็ครายการนั้นออกให้เด็กเปลี่ยนอิริยาบถหรือเคลื่อนไหวได้ ไม่ใช่นั่งที่เดิมตลอดเวลาให้เด็กทำพฤติกรรมที่พึงประสงค์ซ้ำๆ...

การแสดงละครบทบาทสมมุติกับการกำกับควบคุมตนเอง

งานวิจัยที่พบว่า การแสดงละครบทบาทสมมุติ มีผลต่อการพัฒนาการกำกับควบคุมตนเอง และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเด็กที่มีปัญหาขาดความยั้งคิด หรือเด็กที่กำกับควบคุมตนเองไม่ค่อยได้ จากงานวิจัยพบว่า การแสดงละครบทบาทสมมุติ (Complex Socio-Dramatic Play) มีผลต่อการพัฒนาการกำกับควบคุมตนเองและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเด็กที่มีปัญหาขาดความยั้งคิดนักวิจัยยังพบว่า การเล่นละครนอกจากให้ผลในเรื่องการกำกับควบคุมตนเองแล้วยังส่งผลดีด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ช่วยพัฒนาความจำ เพราะในขณะแสดงบทไปตามเรื่องราวของละคร เด็กจะค้นพบว่ามีการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความหมายทำให้พวกเขาจดจำได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าการเล่นละครของเด็กๆต้องใช้ EF ทุกด้านอย่างฉับพลันทันที นอกจากต้องจำบทบาทของตนเองได้ (Working Memory) ยังต้องจำบทบาทของคนอื่นได้ด้วย...

ช่วยเด็กสร้างการกำกับควบคุมตนเองและทักษะการวางเป้าหมาย

วิธีการที่จะช่วยสร้างเสริมความสามารถในการกำกับควบคุมตนเองและการวางแผนของเด็ก วิธีการที่จะช่วยสร้างเสริมความสามารถในการกำกับควบคุมตนเองและการวางแผนของเด็ก ให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้นำไปปรับใช้ได้ดังต่อไปนี้ สร้างสัญลักษณ์ที่จะช่วยเตือนใจเด็ก เช่น เสียงเพลงที่ดังขึ้น หมายความว่า เขาต้องเริ่มลงมือทำการบ้านได้แล้ว เป็นต้นให้เด็กพูดทบทวน เตือนใจตัวเองฝึกเด็กให้รางวัลตนเอง เช่น ถ้าทำการบ้านเสร็จแล้วได้ออกไปวิ่งเล่น ถ้าตั้งใจทำงานชิ้นนี้ เดี๋ยวจะได้กินไอศกรีมชวนเด็กวางแผนพัฒนา EF ด้านที่อ่อนแอ ว่าจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร แล้วร่วมมือกันติดตามงานของเด็ก เพื่อประคับประคองไม่ให้เบี่ยงเบนออกนอกเส้นทางที่วางไว้ฝึกให้เด็กใช้บอร์ดสำหรับติดบันทึก ตารางแผนงานหรือบันทึกในสมุดบันทึกจนเป็นนิสัยวิธีการเหล่านี้หากทำสม่ำเสมอ เด็กจะรู้จักควบคุมตนเองให้ทำงานจนสำเร็จลุล่วง รู้จักวางแผน จัดระบบการทำงานของตนเอง เป็นการสร้าง EF...

บ้าน-โรงเรียนร่วมด้วยช่วยกันฝึกการควบคุมให้เด็ก

การพัฒนาทักษะการควบคุมอารมณ์ให้เด็ก มีหลายสิ่งที่พ่อแม่และคุณครูต้องทำความเข้าใจร่วมกัน จึงจะแก้ปัญหาอารมณ์ให้เด็กได้ และสามารถสร้างเสริมทักษะในการควบคุมอารมณ์ให้เด็กได้ การพัฒนาลูกให้มีทักษะในการควบคุมอารมณ์ พ่อแม่และคุณครูต้องทำความเข้าใจร่วมกัน ดังต่อไปนี้บ้านและโรงเรียนต้องมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางหรือกระบวนการที่จะควบคุมอารมณ์ให้เด็ก รวมทั้งให้เด็กได้เรียนรู้ถึงข้อตกลงนี้ด้วยความรักของพ่อแม่และครู จะช่วยสร้างการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมได้ผู้ใหญ่ต้องใจเย็นและมีวิธีการโน้มน้าวจูงใจเด็กใช้กิจกรรมต่างๆ เบี่ยงเบนความสนใจของเด็กไปจากเรื่องที่ทำให้เกิดอารมณ์โกรธ หรือเสียใจ ฯลฯนำนิทานมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ปรับพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กต้องมีความสม่ำเสมอต่อเนื่องการจัดการให้เด็กได้สงบจิตใจ มีสมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาสั้นๆ จะช่วยให้เด็กปรับอารมณ์ได้ที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูต้องตั้งสติ หนักแน่น ไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ของเด็ก ความรักของพ่อแม่และครู จะช่วยปรับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ สร้างการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมได้

พ่อแม่และคุณครูคือ “นั่งร้าน” ของเด็ก

ในการพัฒนาเด็ก พ่อแม่และคุณครูจะต้องเป็น "นั่งร้าน" ที่ดีให้เด็ก โดยสร้างกิจวัตรประจำวัน เป็นแบบอย่างพฤติกรรมทางสังคม สร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง บนความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกันในการพัฒนาเด็ก สภาพแวดล้อมของเด็กเปรียบเสมือน“นั่งร้าน”ที่จะทำให้อาคารก่อร่างสร้างตัว พ่อแม่ก็คือสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของลูก พ่อแม่จะต้องเป็น "นั่งร้าน" ที่ดีให้ก่อน โดยสร้างกิจวัตรประจำวันให้ลูก เป็นแบบอย่างพฤติกรรมทางสังคมสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง บนความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกันครูในศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลที่ดูแลเด็กวัย 3-6 ปีก็เปรียบ "นั่งร้าน" ที่มีความสำคัญอย่างมากเป็นผู้ทีจะต้องฝึกฝนคุณลักษณะความสามารถ EF ทั้ง 9 ด้านในชีวิตประจำวันของเด็กและในหลักสูตรการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย...
74,430แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...