สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก EF สำหรับคุณครู

EF สำหรับคุณครู

เกมฝึกสมาธิจดจ่อ ควบคุมกำกับตนเอง

กิจกรรมสร้างเสริมทักษะความสามารถด้านการมีสมาธิจดจ่อ การกำกับควบคุมตัวเอง เชื่อว่าคุณครูทุกคนอยากให้นักเรียนตั้งใจฟังเวลาคุณครูพูด สอน รู้จักหยุดการกระทำตนเองในเวลาที่คุณครูต้องการให้หยุด ซึ่งเด็กจะเรียนรู้ได้ดีก็เพราะมีสมาธิจดจ่อ กำกับควบคุมตัวเองได้ เรามีกิจกรรมสร้างเสริมทักษะความสามารถด้านนี้มาฝาก ลองนำไปใช้กับเด็กๆ ดูกันค่ะ 1. เกมมาเดากันเถอะ เช่น “สัตว์อะไรเอ่ยที่มีชื่อออกเสียงคล้าย หมู” 2. เกมสายลับ เช่น “พ่อกำลังสืบหาอะไรสักอย่างในห้องนี้ ที่เป็นสีน้ำตาล” “แม่กำลังสืบหาอะไรสักอย่างบนถนนนี้ที่มีสองล้อ..อยู่ไหนนะ” 3. เกมต่อจิ๊กซอว์ เริ่มจากง่ายแล้วค่อยยากขึ้นทีละน้อย 4. เกมเก้าอี้ดนตรี 5. เกมโมราเรียกชื่อ 6. เกมถือระฆัง ครูให้เด็กถือระฆังคนละอัน...

วิธีจัดระบบและวางแผนงานที่ทุกคนทำได้

คนเราจะทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ ต้องรู้จักวางแผนและมีระบบการทำงาน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะทำได้  ดร.คิม คอลลินส์ (Kim Collins) ได้แนะวิธีพัฒนาทักษะความสามารถในการวางแผนและจัดระบบ (Planning/Organizing) อย่างง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้กับการทำงานได้ทุกประเภท ดร.คิม คอลลินส์ (Kim Collins) ได้แนะวิธีพัฒนาทักษะความสามารถในการวางแผนและจัดระบบ (Planning/Organizing) อย่างง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้กับการทำงานได้ทุกประเภท ดังนี้ ทำให้ง่าย (Simplify)โดย - แตกกิจกรรมที่ยากๆ ออกเป็นขั้นตอนง่ายๆ - เขียนขั้นตอนเหล่านี้ให้ชัดเจน แล้วคอยติดตาม...

วางกรอบให้เด็กมากไป เด็กจะไม่รู้จักกำกับสั่งการตัวเอง

งานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า เด็กที่มีอิสระในการคิดเอง ทำกิจกรรมเองจะเติบโตเป็นคนที่เรียนรู้ได้ดี มีอนาคตดีกว่าเด็กที่ผู้ใหญ่วางกรอบปฏิบัติให้ทุกอย่าง นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคโลราโดและมหาวิทยาลัยเดนเวอร์ ศึกษาตารางของเด็ก 6 ขวบจำนวน 70 คน แล้วพบว่า หากให้เด็กได้รับผิดชอบตัดสินใจด้วยตนเองในกิจกรรมที่ครูวางกรอบปฏิบัติน้อย คือ ครูไม่ได้กำหนดทุกอย่าง ผลคือ เด็กจะเรียนรู้ได้มากกว่า และมีการพัฒนา EF ในด้านการกำกับสั่งการตนเองได้ดีกว่าเด็กที่ครูวางกรอบปฏิบัติให้หมด EF ที่ใช้ในการกำกับสั่งการตนเองพัฒนาเป็นอย่างมากในช่วงวัยเด็กเล็ก รวมถึงกระบวนการคิดที่ช่วยให้บรรลุสู่เป้าหมาย เช่น การวางแผน การตัดสินใจ...

จากโรงเรียนสู่บ้าน ช่วยกันพัฒนา EF ให้เด็ก

โรงเรียนและบ้าน คุณครูและผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน จึงจะพัฒนา EF ได้ผลดี เช่นเดียวกับการพัฒนาเด็กทุกๆ ด้าน หากโรงเรียนและบ้าน คุณครูและผู้ปกครองร่วมมือกัน การพัฒนา EF ในเด็กจึงจะได้ผลดี มีวิธีการขั้นตอนต่างๆ ที่เด็กควรจะต้องได้รับการดูแลร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับที่บ้านดังนี้ 1. เมื่อเด็กมาถึงชั้นเรียน ให้เด็กเอาการบ้านกับสมุดเซ็นของพ่อแม่ออกจากกระเป๋ามาวางไว้บนโต๊ะ 2. คุณครูตรวจเช็คว่าการบ้านเรียบร้อย พ่อแม่เซ็นสมุดหรือไม่ 3. คุณครูเขียนตารางเรียนของวันนี้ไว้บนกระดานให้เห็นชัดๆ และคุณครูอ่านให้ฟังว่าวันนี้เราจะทำอะไรกันบ้าง 4. ให้เด็กๆ นำอุปกรณ์การเรียนไว้ในลิ้นชักโต๊ะ 5. คอยเตือนให้โต๊ะของเด็กๆ ละอาด ไม่มีของวางเกะกะ...

พ่อแม่และคุณครูคือ “นั่งร้าน” ของเด็ก

ในการพัฒนาเด็ก พ่อแม่และคุณครูจะต้องเป็น "นั่งร้าน" ที่ดีให้เด็ก โดยสร้างกิจวัตรประจำวัน เป็นแบบอย่างพฤติกรรมทางสังคม สร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง บนความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกัน ในการพัฒนาเด็ก สภาพแวดล้อมของเด็กเปรียบเสมือน“นั่งร้าน”ที่จะทำให้อาคารก่อร่างสร้างตัว พ่อแม่ก็คือสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของลูก พ่อแม่จะต้องเป็น "นั่งร้าน" ที่ดีให้ก่อน โดย สร้างกิจวัตรประจำวันให้ลูก เป็นแบบอย่างพฤติกรรมทางสังคม สร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง บนความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกัน ครูในศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลที่ดูแลเด็กวัย 3-6 ปีก็เปรียบ”นั่งร้าน”ที่มีความสำคัญอย่างมากเป็นผู้ที่จะต้องฝึกฝนคุณลักษณะความสามารถ EF ทั้ง 9 ด้าน ในชีวิตประจำวันของเด็กและในหลักสูตรการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โดย สร้างกิจวัตรในชีวิตประจำวันที่โรงเรียน ให้รู้จักรอคอย เข้าคิว ให้รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองและแสดงออกอย่างเหมาะสม ฝึกเข้าใจความรู้สึกของตนเอง...

ฝึกเด็กให้รู้จักตั้งเป้าหมายและลงมือทำให้สำเร็จ

เราสามารถฝึกเด็กให้รู้จักตั้งเป้าหมายและลงมือทำจนสำเร็จได้ตั้งแต่เด็กยังเล็กๆ เช่น ปล่อยให้เด็กมีการเล่นอิสระ (Free Play) เด็กจะตั้งเป้าหมายของเขาเอง เช่น ตั้งใจจะต่อตัวต่อเป็นปราสาท จะปีนต้นไม้ให้ถึงกิ่งนั้นกิ่งนี้ การทำงานศิลปะอย่างอิสระ คุณครูหรือคุณพ่อคุณแม่อาจมีตะกร้าของที่ไม่ใช้แล้ว ไว้ให้เด็กได้นำไปคิดประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ซึ่งจะทำให้เด็กได้ใช้ความคิดยืดหยุ่นพลิกแพลงด้วย และเมื่อเด็กสร้างสรรค์ผลงานสำเร็จ ก็จะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จจากการลงมือคิด ทำด้วยตัวเอง พอโตขึ้นอีกนิด เด็กจะสามารถขยายการตั้งเป้าหมายและทำงานร่วมกันกับเพื่อน แล้วขยายเป็นการตั้งเป้าหมายและทำงานร่วมกลุ่มกับเพื่อนทั้งห้อง เรื่องนี้ครูก้าหรือคุณครูกรองทอง บุญประคอง แห่งโรงเรียนจิตตเมตต์ปฐมวัยได้ให้คำแนะนำว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้บนพื้นฐานที่เด็กมีอิสระทางความคิด แต่อยู่ในกรอบของความเหมาะสม เช่น กติกาการเก็บของ...

เด็กจะเป็นอย่างไรถ้าขาดทักษะ EF

เด็กที่ขาดทักษะ EF มักมีปัญหาพฤติกรรมและขาดทักษะในการบริหารจัดการชีวิต นักจิตวิทยาพัฒนาการ Prof.Dr.Philip David Zelazo ชี้ไว้ว่า “เด็กที่ขาดทักษะ EF มักมีปัญหาพฤติกรรมด้วย เช่น แม้ว่าเด็กจะมีจุดมุ่งหมาย แต่ถ้าไม่สามารถวางแผน ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรม ไม่สามารถประเมินตัวเองได้ก็อาจจะนำไปสู่การกระทำที่ไม่เหมาะสมได้ และไม่รู้ว่าจะจัดการกับผลที่ตามมาอย่างไร” จากคำอธิบายนี้ ทำให้เรามองเห็นว่า ในการทำให้จุดมุ่งหมายใดๆ สำเร็จได้นั้น ใช่ว่าเพียงมีเป้าหมายตั้งไว้แล้ว ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้เอง เพราะในการบวนการทำให้เสร็จบรรลุตามเป้าหมายนั้นต้องใช้ทักษะความสามารถอีกหลายอย่าง เช่น ต้องวางแผนว่า...

EF พัฒนาคุณลักษณะเด็กไทยในศตวรรษที่ 21

การพัฒนา Executive Functions (EF) จะทำให้คนเราเกิดทักษะความสามารถของสมองในการบริหารจัดการชีวิต ซึ่งจะสอดคล้องกับคุณลักษณะพึงประสงค์ของเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 สถาบัน RLG ได้จัดการความรู้และเสนอ "คุณลักษณะพึงประสงค์ของเด็กไทยในศตวรรษที่ 21" เมื่อปี พ.ศ. 2553 ว่าได้แก่ Self-Realization = รู้จักตนเองรู้จุดแข็งจุดอ่อน รู้จักอารมณ์ตนเองและสาเหตุของการเกิด อารมณ์นั้นๆ รู้ศักยภาพของตนเอง รู้วิธีจัดการตนเอง Humanity = เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ เคารพเพื่อนมนุษย์ เอาใจเขามาใส่ใจเรา Social...
70,274แฟนคลับชอบ
- EF Shop ร้านจำหน่ายหนังสืออนไลน์ -

Latest Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(meaningful learning)แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร ตอบ :การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไรเรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงกับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน...

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ...