สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก แท็ก การควบคุมอารมณ์ตนเอง

Tag: การควบคุมอารมณ์ตนเอง

วิธีช่วยเด็กให้มีอารมณ์มั่นคง

ก่อนจะคาดหวังให้เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์ ควรแนะนำให้เด็กได้รู้จักอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาในสถานการณ์ต่างๆ เสียก่อน เช่นอารมณ์โกรธ เศร้า เสียใจ มีความสุข ฯลฯ เพราะความสามารถในการควบคุมตนเองเริ่มจากการทำความรู้จักอารมณ์ที่ทั้งบวกและลบ และรู้ตัวว่ากำลังรู้สึกอย่างไร การที่เด็กเล็กๆ ยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองเป็นเรื่องปกติธรรมดา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเด็กยังไม่รู้จักอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะคาดหวังให้เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์ คุณครูควรหาวิธีแนะนำให้เด็กได้รู้จักอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาในสถานการณ์ต่างๆ เสียก่อน เพราะความสามารถในการควบคุมตนเองเริ่มจากการทำความรู้จักอารมณ์ที่หลากหลายทั้งบวกและลบ และรู้ตัวว่ากำลังรู้สึกอย่างไรนั่นเอง วิธีการก็คือให้เด็กเล่าว่าเมื่อไรที่เขาเศร้า เมื่อไรที่มีความสุขแล้วให้เด็กลองแสดงท่าทางที่เป็นอารมณ์เหล่านั้น เพื่อให้เขารับรู้เรียนรู้ และคุณครูต้องเท่าทันอารมณ์ของเด็กด้วย สังเกตรู้ว่าเด็กอยู่ในอารมณ์ใด แล้วช่วยจัดการคลี่คลาย...

วิธีช่วยเด็กจัดการกับอารมณ์

ไม่ว่าทางบ้าน ครอบครัวของเด็กจะมีสภาวะอารมณ์อย่างไร เมื่อเด็กมาโรงเรียนแล้วเจอคุณครูที่มีสภาวะอารมณ์คงที่ จะทำให้เด็กลดความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆ หรือสภาวะขุ่นมัวในจิตใจไปได้ เมื่อเด็กเข้าในโรงเรียนแล้ว คุณครูจะเป็นผู้มีบทบาทดูแลเด็กในทุกๆ ด้านรวมทั้งด้านอารมณ์ความรู้สึกด้วย อย่างแรกครูจะต้องเป็นต้นแบบที่ดีในการควบคุมอารมณ์ตนเอง ไม่ว่าทางบ้าน ครอบครัวของเด็กจะมีสภาวะอารมณ์อย่างไร เมื่อเด็กมาโรงเรียนแล้วเจอคุณครูที่มีสภาวะอารมณ์คงที่ จะทำให้เด็กลดความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆ หรือสภาวะขุ่นมัวในจิตใจไปได้ การโอบกอด รอยยิ้ม การทักทายของคุณครู ก็จะช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและไว้วางใจที่จะเล่าความไม่สบายใจต่างๆ ให้ฟังที่สำคัญคุณครูต้องยอมรับอารมณ์ต่างๆ ของเด็ก เช่น เมื่อเด็กโกรธ คุณครูต้องชวนเด็กหาวิธีจัดการกับอารมณ์ ถ้าเด็กมีความคิดที่จะไปทำร้ายคนอื่นคืน คุณครูก็ควรถามให้เด็กหาทางเลือกอื่น......

ลูกเล็กฝึกให้ควบคุมอารมณ์ได้แล้วจริงหรือ?

การควบคุมอารมณ์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเด็กรู้จักยับยั้ง (Inhibit) รู้จักหยุดคิดและควบคุมการกระทำของตัวเอง ทักษะสำคัญอีกอันที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมอารมณ์ ก็คือการคิดยืดหยุ่น เปลี่ยนความคิดได้ ไม่ยึดติดความคิดเดิม เมื่อเด็กถูกเพื่อนแกล้งให้เจ็บ หากเด็กไม่มีทักษะการควบคุมอารมณ์ ก็จะตีเพื่อนกลับไปทันที แต่ถ้าเด็กมีการควบคุมอารมณ์ที่ดีจะใช้ทักษะการยับยั้งตนเองไม่ให้โต้ตอบกลับไปแบบเดียวกัน การหยุด (ยับยั้ง)ได้ เป็นขั้นตอนอันดับแรกของการควบคุมอารมณ์ หากขาดทักษะด้านการยับยั้ง (Inhibit) แล้วการควบคุมอารมณ์ก็จะเกิดได้ยาก เมื่อเด็กหยุดและควบคุมตัวเองได้แล้ว ทักษะสำคัญอีกประการหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมอารมณ์ คือ การคิดยืดหยุ่น เปลี่ยนความคิดได้ไม่ยึดติดความคิดเดิม แทนที่จะครุ่นคิดถึงสิ่งที่ทำให้โกรธก็เปลี่ยนไปคิดในแง่อื่นการหยุดได้จะช่วยให้อารมณ์โกรธเย็นลง คลายลงและค่อยๆ คิดหาหนทางแก้ปัญหาที่ดีกว่าในระยะยาว ทักษะด้านการยับยั้ง (Inhibit)...

วิธีฝึกเด็กให้รู้จักควบคุมอารมณ์

เด็กที่รู้จักควบคุมอารมณ์จะกำกับควบคุมตนเองได้ดี จะส่งผลดีในระยะยาว มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในด้านการเรียน การทำงาน รวมทั้งมีชีวิตคู่ที่ราบรื่น มีสุขภาพกายและใจที่ดีในวิถีการใช้ชีวิตประจำวัน คุณพ่อคุณแม่อย่าละเลยที่จะฝึกลูกเล็กให้รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองในสถานการณ์ต่างๆ เด็กที่รู้จักควบคุมอารมณ์จะกำกับควบคุมตนเองได้ดี มีโอกาสประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้านได้ดีกว่าดังนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าละเลยที่จะฝึกลูกเล็กให้รู้จักควบคุมตนเองในสถานการณ์ต่างๆเมื่อลูกหงุดหงิดด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อยควรปลอบใจและช่วยให้ลูกทำสำเร็จด้วยตัวเอง แล้วอย่าลืมชมเชย สอนให้ลูกเข้าใจว่าคนเราสามารถแสดงอารมณ์โกรธ หงุดหงิดได้แต่เพียงการแสดงออกนั้นไม่ช่วยแก้ปัญหา วิธีที่ถูกคือหาทางแก้ปัญหาให้ตรงจุดต่างหาก หากลูกผิดหวังเสียใจ ให้ลูกเล่าว่าเขารู้สึกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ปลอบใจลูกและแสดงให้เขาเห็นว่าเราเข้าใจความรู้สึกนั้นและอธิบายให้ลูกรู้ว่าความรู้สึกอย่างนี้เดี๋ยวมันจะค่อยๆ หายไป ชวนให้เขาปรับอารมณ์สู่ภาวะปกติ อย่าปล่อยให้ลูกโกรธ ผิดหวัง เสียใจนานเกินไป เพราะไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาสมอง คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกอดทนต่อสิ่งล่อใจ พยายามจดจ่อกับงานจนเสร็จ...

วิธีช่วยลูกจัดการกับอารมณ์

ยามที่ลูกโมโห โกรธ อาละวาด ร้องไห้เสียใจ งอแง คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่ที่จะช่วยลูกจัดการกับอารมณ์เหล่านั้น คุณพ่อคุณแม่ที่มีสภาวะอารมณ์คงที่ มีความหนักแน่น จะช่วยให้ลูกลดความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆ หรือสภาวะขุ่นมัวในจิตใจไปได้ ยามที่ลูกโมโห โกรธ อาละวาด ร้องไห้เสียใจ งอแงคุณพ่อคุณแม่ต้องตระหนักว่า เรามีหน้าที่ช่วยลูกจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นคุณพ่อคุณแม่ที่มีสภาวะอารมณ์มั่นคงหนักแน่น จะช่วยให้ลูกลดความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆไปได้ง่ายการโอบกอดจะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและไว้วางใจที่จะเล่าความไม่สบายใจต่างให้ฟังที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องยอมรับอารมณ์ต่างๆของลูก “แม่เข้าใจว่าลูกโกรธ” แล้วค่อยชวนลูกหาวิธีจัดการกับอารมณ์ต่างๆ “แต่เราจะไม่ขว้างของ ลูกอาจจะเดินออกไปก็ได้นะ” ถ้าลูกมีอาการโกรธจัดและคิดจะไปทำร้ายผู้อื่นคืน คุณพ่อคุณแม่ต้องชวนคุย ถามว่าเรามีทางเลือกอื่นอะไรไหม ที่จะแก้ปัญหาโดยไม่ไปทำร้ายใครถ้าลูกให้คำตอบไม่ได้...

พัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กวัยอนุบาล

เมื่อดูพัฒนาการตามวัยของเด็กวัยอนุบาลแล้ว เราจะพบว่าเด็กเล็กมีพัฒนาการทางอารมณ์ รู้จักอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ และสามารถควบคุมอารมณ์ได้บ้างแล้ว ลองดูว่าลูกมีพัฒนาการดังนี้หรือไม่ ช่วงวัย 3 ขวบ บอกว่ารักพ่อแม่ คนใกล้ชิดได้ แสดงความดีใจ พอใจ เมื่อทำอะไรสำเร็จ ควบคุมอารมณ์ได้ เมื่อเจอเรื่องที่ไม่ได้ดังใจ ไม่อาละวาดโวยวาย เข้าไปในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย เช่น ไปตัดผม ไปหาหมอ ฯลฯ ก็ไม่ถึงกับกลัว เมื่อผู้ใหญ่ปลอบประโลมก็หยุดหรือสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง แบ่งปันการเล่นกับเพื่อนได้ ช่วงวัย 4ขวบ...

Stay Connected

22,878แฟนคลับชอบ
2,506ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...