สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก แท็ก Persistence

Tag: Persistence

เด็กจะเรียนได้ดี ต้องมีพลังในการกำกับตนเองเสียก่อน

พลังของการกำกับตนเองสู่เป้าหมายเป็นทักษะที่มีค่าอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เด็กกระทำการใดๆ สำเร็จลุล่วง บรรลุเป้าหมายที่ตนตั้งไว้ Jessica Lahey นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยโคโลราโด ได้เขียนบทความเกี่ยวกับ Self-Directed Executive Functions หรือความสามารถในการตั้งเป้าหมายและกำกับตนเองให้ปฏิบัติจนสัมฤทธิ์ผล ไว้ว่า พลังของการกำกับตนเองสู่เป้าหมายเป็นทักษะที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ที่จะช่วยให้เด็กทำการงานใดๆ ให้สำเร็จลุล่วงเป้าหมายที่ตนเองได้ตั้งไว้ เธอยังกล่าวไว้ว่าครูอนุบาลรู้ดีว่าการกำกับตนเอง (Self-Regulation) เป็นความสามารถที่สำคัญที่สุดในการเตรียมเด็กอนุบาลให้พร้อมกับการเรียนในระดับประถม ซึ่งปกติแล้วมักจะพบว่าเด็กจำนวนมากตอนเริ่มการเรียนในชั้นประถมยังมีความสามารถในการกำกับตนเองในระดับต่ำ งานวิจัยพบว่า ความสามารถในการกำกับตนเองในช่วงปฐมวัยมีความสำคัญต่อความพร้อมในการเรียนมากกว่า IQ หรือทักษะในเรื่องคณิตศาสตร์หรือการอ่านเสียอีก และเกี่ยวข้องกับอย่างมากกับความสำเร็จในการเรียนในอนาคตเด็กที่พัฒนา EF...

แนวทางการพัฒนาการกำกับตนเองสู่เป้าหมาย

เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อการเติบโตของลูก  การพัฒนาทักษะความสามารถในการกำกับตนเองสู่เป้าหมาย (Self-Directed Executive Functions) จะเกิดขึ้นได้จากการที่ผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้กำหนดการกระทำด้วยตนเอง จะทำอย่างไร เมื่อไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น การกำกับตนเองสู่เป้าหมาย (Self-Directed Executive Functions) เป็นทักษะความสามารถ EF ที่จะเกิดขึ้นได้จากการที่ผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้กำหนดการกระทำด้วยตนเอง ให้เด็กกำหนดกติกาด้วยตัวเองว่าจะทำอย่างไร เมื่อไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น แนวทางที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปปรับใช้กับลูกได้มีดังนี้ การเล่นบทบาทสมมติ ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Vygotsky กล่าวว่าต้องมีเป้าหมายให้ผู้เรียนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ผู้สอนควรตระหนักว่าเป้าหมายที่แท้จริงก็เพื่อให้ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนรู้และสามารถกำกับตนเอง...

วางกรอบให้เด็กมากไป เด็กจะไม่รู้จักกำกับสั่งการตัวเอง

งานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า เด็กที่มีอิสระในการคิดเอง ทำกิจกรรมเองจะเติบโตเป็นคนที่เรียนรู้ได้ดี มีอนาคตดีกว่าเด็กที่ผู้ใหญ่วางกรอบปฏิบัติให้ทุกอย่างจากผลการศึกษาของนักจิตวิทยามหาวิทยาลัยโคโลราโดและมหาวิทยาลัยเดนเวอร์ ที่ศึกษาตารางของเด็กอายุ 6 ขวบจำนวน 70 คน พบว่า หากเด็กต้องรับผิดชอบการตัดสินในด้วยตัวเองในกิจกรรมที่ครูวางกรอบปฏิบัติน้อย เด็กจะเรียนรู้ได้มากกว่าและมีการพัฒนา EF ในด้านการกำกับสั่งการตนเองได้ดีกว่า เด็กที่ครูวางกรอบปฏิบัติทั้งหมด ที่ใช้ในการกำกับสั่งการตนเอง พัฒนาเป็นอย่างมากในช่วงวัยเด็กเล็ก รวมถึงกระบวนการคิดที่ช่วยให้บรรลุสู่เป้าหมาย เช่น การวางแผน การตัดสินใจ การหยิบใช้ข้อมูล การปรับเปลี่ยนงาน...

ช่วยเด็กสร้างการกำกับควบคุมตนเองและทักษะการวางเป้าหมาย

วิธีการที่จะช่วยสร้างเสริมความสามารถในการกำกับควบคุมตนเองและการวางแผนของเด็ก วิธีการที่จะช่วยสร้างเสริมความสามารถในการกำกับควบคุมตนเองและการวางแผนของเด็ก ให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้นำไปปรับใช้ได้ดังต่อไปนี้ สร้างสัญลักษณ์ที่จะช่วยเตือนใจเด็ก เช่น เสียงเพลงที่ดังขึ้น หมายความว่า เขาต้องเริ่มลงมือทำการบ้านได้แล้ว เป็นต้นให้เด็กพูดทบทวน เตือนใจตัวเองฝึกเด็กให้รางวัลตนเอง เช่น ถ้าทำการบ้านเสร็จแล้วได้ออกไปวิ่งเล่น ถ้าตั้งใจทำงานชิ้นนี้ เดี๋ยวจะได้กินไอศกรีมชวนเด็กวางแผนพัฒนา EF ด้านที่อ่อนแอ ว่าจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร แล้วร่วมมือกันติดตามงานของเด็ก เพื่อประคับประคองไม่ให้เบี่ยงเบนออกนอกเส้นทางที่วางไว้ฝึกให้เด็กใช้บอร์ดสำหรับติดบันทึก ตารางแผนงานหรือบันทึกในสมุดบันทึกจนเป็นนิสัยวิธีการเหล่านี้หากทำสม่ำเสมอ เด็กจะรู้จักควบคุมตนเองให้ทำงานจนสำเร็จลุล่วง รู้จักวางแผน จัดระบบการทำงานของตนเอง เป็นการสร้าง EF...

พ่อแม่และคุณครูคือ “นั่งร้าน” ของเด็ก

ในการพัฒนาเด็ก พ่อแม่และคุณครูจะต้องเป็น "นั่งร้าน" ที่ดีให้เด็ก โดยสร้างกิจวัตรประจำวัน เป็นแบบอย่างพฤติกรรมทางสังคม สร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง บนความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกันในการพัฒนาเด็ก สภาพแวดล้อมของเด็กเปรียบเสมือน“นั่งร้าน”ที่จะทำให้อาคารก่อร่างสร้างตัว พ่อแม่ก็คือสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของลูก พ่อแม่จะต้องเป็น "นั่งร้าน" ที่ดีให้ก่อน โดยสร้างกิจวัตรประจำวันให้ลูก เป็นแบบอย่างพฤติกรรมทางสังคมสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง บนความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกันครูในศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลที่ดูแลเด็กวัย 3-6 ปีก็เปรียบ "นั่งร้าน" ที่มีความสำคัญอย่างมากเป็นผู้ทีจะต้องฝึกฝนคุณลักษณะความสามารถ EF ทั้ง 9 ด้านในชีวิตประจำวันของเด็กและในหลักสูตรการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย...

ฝึกลูกให้รู้จักตั้งเป้าหมายและลงมือทำให้สำเร็จ

เราสามารถฝึกเด็กให้รู้จักวางแผน ตั้งเป้าหมาย ลงมือทำจนสำเร็จ ได้ตั้งแต่เด็กยังเล็กๆ เราสามารถฝึกเด็กให้รู้จักตั้งเป้าหมายและลงมือทำจนสำเร็จได้ตั้งแต่เด็กยังเล็กๆ เช่นปล่อยให้เด็กมีการเล่นอิสระ (Free Play) เด็กจะตั้งเป้าหมายของเขาเอง การทำงานศิลปะอย่างอิสระ คุณครูหรือคุณพ่อคุณแม่อาจมีตะกร้าของที่ไม่ใช้แล้วไว้ให้เด็กนำไปคิดประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ซึ่งจะทำให้เด็กได้ใช้ความคิดยืดหยุ่นพลิกแพลงและเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จจากการลงมือคิด ทำด้วยตัวเองนั้นพอโตขึ้นอีกหน่อย เด็กจะสามารถขยายการตั้งเป้าหมายและทำงานร่วมกันกับเพื่อน แล้วขยายเป็นการตั้งเป้าหมายและทำงานร่วมกลุ่มกับเพื่อนทั้งห้องได้ ครูก้าหรือคุณครูกรองทอง บุญประคอง แห่งโรงเรียนจิตตเมตต์ปฐมวัยได้ให้คำแนะนำว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้บนพื้นฐานที่เด็กมีอิสระทางความคิด แต่อยู่ในกรอบของความเหมาะสม เช่นกติกาการเก็บของ ความปลอดภัย ผู้ใหญ่ต้องไม่แทรกแซงในการคิด วางแผน การลงมือทำของเด็ก...

ดนตรีส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนา EF

งานวิจัยที่ชี้ว่าการเรียน ฝึกฝนดนตรีส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาสมองส่วนหน้าซึ่งทำให้มีทักษะEF ที่ดี จากงานวิจัยที่ใช้เครื่องสแกนสมอง fMRI บ่งชี้ว่า การฝึกฝนดนตรีตั้งแต่วัยเด็กเล็กส่งผลต่อการพัฒนาทักษะ EF ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ การฝึกฝนดนตรีช่วยให้เด็กมีผลการเรียนในอนาคตดีขึ้น Dr.Nadine Gaab และทีมนักวิจัยจากศูนย์ปฏิบัติการวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์ของโรงพยาบาลเด็กบอสตันในรัฐแมสซาชูเสตต์ สหรัฐอเมริกา มีผลงานวิจัยใหม่ๆ ที่สนับสนุนเรื่องการฝึกเล่นดนตรีอาจช่วยให้พัฒนา EF ได้ โดยได้วิจัยเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ กลุ่มที่เป็นนักดนตรี และกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เป็นนักดนตรี พบว่า...."ผู้ที่เป็นนักดนตรีสามารถทำการทดสอบได้ดีกว่าในด้านความถนัดทางภาษา เช่น สามารถคิดคำศัพท์แยกตามประเภท...

ไอคิวดี EF จะดีด้วยจริงไหม

คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าคนที่มีไอคิวสูง ฉลาด เรียนเก่ง น่าจะมี EF หรือทักษะความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตที่ดี หรือพูดง่ายๆ ว่า เราคาดหวังว่าเด็กที่เรียนดีจะมีนิสัยการทำงานที่ดีด้วย และจะสามารถจัดการการงานทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนได้ดีพ่อแม่มักห่วงกลัวลูกไอคิวไม่ดี เลยเน้นเร่งเรียนวิชาการกับลูกนักวิชาการชื่อดัง Joyce Cooper-Kahn และ Laurie Dietzel ชี้เรื่องนี้ไว้ว่า “คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าคนที่มีไอคิวสูง ฉลาด เรียนเก่งน่าจะมี EF หรือทักษะความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตที่ดี...แต่ในความเป็นจริง ไอคิว หรือความสามารถทางปัญญากับ...

Stay Connected

21,744แฟนคลับชอบ
2,506ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(meaningful learning)แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร ตอบ :การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไรเรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงกับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน...

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ...