สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก แท็ก การกำกับควบคุมตนเอง

Tag: การกำกับควบคุมตนเอง

ความรู้ชุด : Strength จุดแข็ง #9 การเลี้ยงดูบนฐานการส่งเสริมและพัฒนา “จุดแข็ง” กับความเครียดของเด็ก

การเลี้ยงดูบนฐานการส่งเสริมและพัฒนา “จุดแข็ง” กับความเครียดของเด็ก ความเครียดเป็นปฏิกิริยาของสิ่งมีชีวิต ที่แสดงพฤติกรรมต่อสิ่งเร้าที่คุกคามความอยู่ดีมีสุขเป็นปกติ ความเครียดมักเกิดจากความต้องการกับทรัพยากรที่มีอยู่ไม่สมดุลกัน คนที่เครียดนั้นเกิดจากความรับรู้ว่า ตนไม่สามารถรับมือกับความต้องการหรือความคาดหวังที่ถูกวางไว้ได้ดีเพียงพอ ความเครียดส่งผลต่อระบบของร่างกายและการทำงานของสมอง โดยเฉพาะเด็กที่ประสบกับความเครียดเรื้อรังนั้นแขนงของเซลล์ประสาทหดสั้นลง คล้ายรากของต้นไม้ที่เหี่ยวแห้งลงจากขาดน้ำ ส่งผลต่อการเรียนรู้และสติปัญญา แต่ยิ่งไปกว่านั้น ความเครียด ความเจ็บปวดทางกายและใจที่เด็กได้รับจะส่งผลต่อปัญหาทางสุขภาพทั้งทางกายและสุขภาพทางใจไปจนตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความเครียดในเด็ก กลับพบว่าเด็กมีอัตราความเครียดที่สูงมากขึ้นทุกปี จากการที่ชีวิตของเด็กในสมัยนี้ ต้องเผชิญกับความคาดหวังและความกดดันเพิ่มมากขึ้นกว่าต้นทุนหรือความสามารถที่ตนมี  ในปี 2010 จากการสำรวจความเครียดในอเมริกา (APA, 2010) เด็กถึง...

ครู โรงเรียน กับ การเห็นคุณค่าในตนเองของเด็ก

เด็กบางคนโชคร้ายไม่ได้รับโอกาสพัฒนา Self-Esteem จากพ่อแม่ในช่วงวัยเริ่มต้นของชีวิต ก็อาจมีโอกาสครั้งที่สองที่โรงเรียน นี่คือหลักการทั่วไปที่ควรคาดหวังได้  แต่ถ้าครูไม่เข้าใจเรื่องนี้ ก็อาจเป็นโชคร้ายที่ซ้ำสองของเด็กคนนั้น !!?? งานวิจัยมากมายยืนยันว่า ถ้าครูมีศรัทธาในเด็ก เชื่อว่าเด็กมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ และมุ่งมั่นที่จะแปรความรักความเมตตาของตน ให้กลายเป็นความเอาใจใส่ กำลังใจ ให้การกระตุ้นเชิงบวก ให้คำชี้แนะ ให้โอกาสฝึกฝนในสิ่งที่เด็กสนใจ ให้คำชมเชยที่กระบวนการ ครูก็จะมีอิทธิพลต่อชีวิตของเด็กอย่างน่าอัศจรรย์ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเองเด็กได้ และนั่นคือการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเด็กอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ มีตัวอย่างมากมายของครูที่สร้าง Self-Esteem ให้แก่เด็ก เช่น...

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Self-Esteem

ปัจจัยที่เชื่อกันว่า ส่งผลให้คนเรามี Self-Esteem สูงหรือต่ำนั้นมีหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ ว่ากันตั้งแต่กรรมพันธุ์; พ่อแม่เป็นคนที่มี Self-Esteem เป็นอย่างไร อาจถ่ายทอดต่อให้ลูกได้ อายุ; เด็กที่อายุน้อยกว่าเพื่อนในห้องมากๆ จนทำอะไรไม่ทันเพื่อน ก็อาจจะเสียความมั่นใจในตนเอง ไม่สามารถสร้างความภาคภูมิใจในตนเองได้เพราะรู้สึกว่าตนเองทำไม่ได้เท่าเพื่อน คนแก่ที่อายุมากขึ้นและความสามารถในการดูแลตนเองลดลง ต้องพึ่งพาคนอื่นก็อาจจะรู้สึกสูญเสียคุณค่าในตนเองสุขภาพที่ไม่แข็งแรง ทำอะไรไม่ได้อย่างที่ต้องการ มักจะทำให้ Self-Esteem ต่ำลง ประสบการณ์ชีวิตที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ ถูกข่มเหงกลั่นแกล้งหรือรังเกียจ ก็อาจรู้สึกไม่ดีกับตนเองพอๆ กับที่รู้สึกไม่ดีต่อคนอื่นความคิด...

Self – Esteem

Self - Esteem เป็น ประเด็นที่มีความสำคัญในการพัฒนามนุษย์ และเป็นคอนเซ็ปต์ทางจิตวิทยาที่ได้รับการศึกษาค้นคว้ามากในโลกปัจจุบัน Nathaniel Branden นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ The Six Pillars of Self - Esteem ให้ความสำคัญว่า “Self-esteem คือระบบภูมิคุ้มกันของจิตสำนึก ที่จะช่วยสร้างพลังชีวิตที่เข้มแข็ง ให้มีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ และความสามารถในการพลิกฟื้นจิตใจตนเอง เหมือนกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่จะช่วยเรารับมือกับความยากลำบากในชีวิต เช่น...

ถ้าเป็นฉัน…

การลงมือทำ สร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า และจะส่งข้อมูลผ่านกระแสไฟฟ้าไปยังสมองซึ่งทำหน้าที่ตีความและตอบสนองกลับไปยังสิ่งเร้า เพื่อรักษาการอยู่ดีมีสุขของชีวิตได้ อย่างน้อยเฉพาะหน้าก็เอาตัวรอดไปให้ได้ อันเป็นกลไกธรรมชาติของสัตว์โลก เมื่อเทียบกับสัตว์อื่น มนุษย์เป็นสัตว์ซึ่งสมองส่วนหน้ามีเนื้อที่มากที่สุดและมีการเชื่อมต่อมากที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดและน้ำหนักตัว สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ (Executive Function: EF) กำกับการกระทำและพฤติกรรม และเมื่อทำงานเชื่อมต่อเส้นใยประสาทกับสมองส่วนอื่นๆ ก็ทำให้มนุษย์สามารถสร้างภาษาเพื่อการสื่อสารในรูปแบบต่างๆได้มากกว่าสัตว์ คิดซับซ้อน วิเคราะห์ สังเคราะห์ มองการณ์ไกลได้มากกว่าสัตว์ทุกชนิดบนโลก จากการฝึกฝนผ่านประสบการณ์ ทำให้ทักษะเหล่านี้เติบโตแข็งแรง แตกแขนงเส้นใยประสาทเชื่อมโยงไปทั่ว เปรียบเหมือนผืนดินที่มีเมล็ดพันธุ์ซ่อนอยู่ เมื่อได้แดดน้ำและอุณหภูมิที่พอเหมาะ ก็จะเติบโต แทงยอด...

อย่าพัฒนา EF เด็กในห้องทดลอง ต้องฝึกในบริบทจริง

อย่าหวังพัฒนา EF แบบสำเร็จรูป อย่าพัฒนา EF เด็กในห้องทดลอง ต้องฝึกในบริบทจริง สมองอยู่ในศีรษะของมนุษย์เรามาตลอด ช่วยให้มนุษยชาติพัฒนาอารยธรรมมาหลายพันปี แต่เราเพิ่งมารู้จักธรรมชาติของสมองกันไม่นานนี้เอง ที่สำคัญและน่าทึ่งที่สุดก็คือทักษะสมอง EF - Executive Functions นี่เอง มันเป็นความสามารถที่สุดยอดที่สุดของเราเมื่อเทียบกับบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย  เพราะ EF ช่วยให้เรากำกับความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรมของเราได้อย่างมีสติรู้ตัว เพื่อให้เราไปถึงจุดหมายที่เราต้องการ ไม่ใช่แค่กับเป้าหมายใหญ่ของชีวิต แต่เราใช้ EF กับเป้าหมายทุกอย่างแม้เล็กๆน้อยๆ...

อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่ยาเสพติดนะแม่

เด็กอาฟริกันอเมริกันวัย 8 ขวบคนหนึ่ง เห็นไมเคิล จอร์แดน แข่งฟุตบอลทางโทรทัศน์ ภาพที่จอร์แดนกระโดดชู้ตลูกลงห่วงแล้วได้คะแนนนำจนทำให้ทีมชนะนั้น ติดตาตรึงใจ แต่ไม่ใช่ท่วงท่าหรือแรงบันดาลใจว่าอยากเป็นนักบาสฝีมือฉกาจ หากเป็น “รองเท้า”ที่จอร์แดนสวมใส่ เด็กน้อยขอตังค์แม่ซื้อ ข้อต่อรองจากแม่คือคะแนนเรียนต้องได้เอ เพราะแม่เป็นครู นั่นทำให้เขาตั้งใจเรียนสุดๆ เพื่อจะได้เป็นเจ้าของรองเท้าแบบที่จอร์แดนสวมใส่ในภาพนั้น ช่วงเป็นวัยรุ่นที่มักหมกมุ่นคลั่งไคล้แฟชั่น เขาเอาวาดแต่รูปรองเท้า สะสมแต่รองเท้า ถึงขนาดตอนอายุสิบห้าเริ่มทำงานพาร์ทไทม์ในร้านรองเท้า เพื่อจะได้แกะดูชิ้นส่วนรองเท้าที่มีตำหนิ ที่ลูกค้าคืนมา ได้ลองออกแบบรองเท้าบนกระดาษให้เพื่อน และได้ซื้อรองเท้าก่อนคนอื่นในราคาลดเฉพาะพนักงาน จนบางทีแม่ถึงกับถามว่า...

พลังของความหวัง (Pygmalion Effect)

ปรากฏการณ์ ‘ความคาดหวังสร้างความจริง’ (Self-fulfilling Prophecy) เมื่อความเชื่อเป็นพลังทำให้เราลงมือทำตามความเชื่อนั้นจนเกิดเป็นความจริงขึ้นมา มีความเป็นมาจากตำนานกรีกที่กล่าวถึง พีกมาเลี่ยน (Pygmalion) ซึ่งเป็นปฏิมากรที่หลงรักรูปปั้นหญิงสาวของตนเองมาก จนปฏิบัติต่อรูปปั้นเช่นคนคนๆ หนึ่ง ความรักและความหวังอย่างเหลือล้นทำให้พีกมาเลี่ยนไปอธิษฐานขอพรจากเทพวีนัสให้รูปปั้นนั้นมีชีวิต และได้รับคำพรสมปรารถนา รูปปั้นเกิดมีเลือดเนื้อและลมหายใจกลายเป็นหญิงสาว และพิกมาเลี่ยนได้แต่งงานกับหญิงสาวสมปรารถนา ปรากฏการณ์ ‘ความคาดหวังสร้างความจริง’ (Self-fulfilling Prophecy) หรือ Pygmalion Effect คือปรากฎการณ์ที่ความคาดหวังหรือการปักใจเชื่อในสิ่งใด จะนำไปสู่การกระทำที่ผลักดันให้ความคิดหรือความคาดหวังนั้นเป็นจริงขึ้นมา เหมือนคำพูดที่ว่า...

Stay Connected

22,878แฟนคลับชอบ
2,506ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...