สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก แท็ก การยับยั้งชั่งใจ

Tag: การยับยั้งชั่งใจ

บทที่ 9 ตอนที่ 5 : สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม

สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม การที่ผู้ใหญ่สะท้อนอารมณ์ของเด็ก บอกให้เด็กรู้ว่าตัวเด็กกำลังรู้สึกอย่างไร จะทำให้เด็กรู้สึกมี Self มีตัวตน เพราะความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้น ผู้ใหญ่เห็น ได้ยิน ให้ความสนใจ และการที่ผู้ใหญ่บอกว่าอารมณ์นั้นเรียกว่าอะไร เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอารมณ์ อย่างเช่นที่สถาบัน 101 Educare Center ในวันเปิดเทอมแรกๆ เมื่อเด็กมาเรียนแล้วร้องไห้ ครูจะสะท้อนอารมณ์เด็ก โดยพูดว่า “หนูร้องไห้ เพราะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ อยากไปหาคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”...

บทที่ 9 ตอนที่ 4 : เด็กแบเบาะก็เรียนรู้จักอารมณ์ได้

เด็กแบเบาะก็เรียนรู้จักอารมณ์ได้ อย่าละเลยที่จะสอนเด็กเล็กๆ ให้รู้จักอารมณ์ ทักษะอารมณ์เป็นทักษะที่สำคัญและเป็นพื้นฐานของทักษะสังคม ส่งผลซึ่งกันและกัน แต่ผู้ใหญ่มักมองข้ามและไม่ได้ส่งเสริมเด็ก เพราะเข้าใจว่าจะเกิดขึ้นเองเมื่อเด็กโตขึ้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เด็กอาจจะมีทักษะเอง แต่มีแบบไม่มีคุณภาพ ถ้าพิจารณาถึงพัฒนาการทางสมอง เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องทักษะทางอารมณ์ได้ตั้งแต่อายุ 8 เดือน เพราะฉะนั้นวิธีการเลี้ยงดูที่บอกว่า “ยังเด็กอยู่ ปล่อยไปก่อน” สวนทางกับพัฒนาการทางสังคม มีการศึกษาทดลองในห้องทดลองที่สหรัฐอเมริกา เพื่อดูว่าเด็กในวัย 8 เดือนเมื่อมีอารมณ์แล้วจะตามอารมณ์ตัวเองได้ทัน ยับยั้งได้ แล้วยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ จึงสอนภาษามือง่ายๆ ให้เด็ก เช่น...

ครู โรงเรียน กับ การเห็นคุณค่าในตนเองของเด็ก

เด็กบางคนโชคร้ายไม่ได้รับโอกาสพัฒนา Self-Esteem จากพ่อแม่ในช่วงวัยเริ่มต้นของชีวิต ก็อาจมีโอกาสครั้งที่สองที่โรงเรียน นี่คือหลักการทั่วไปที่ควรคาดหวังได้  แต่ถ้าครูไม่เข้าใจเรื่องนี้ ก็อาจเป็นโชคร้ายที่ซ้ำสองของเด็กคนนั้น !!?? งานวิจัยมากมายยืนยันว่า ถ้าครูมีศรัทธาในเด็ก เชื่อว่าเด็กมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ และมุ่งมั่นที่จะแปรความรักความเมตตาของตน ให้กลายเป็นความเอาใจใส่ กำลังใจ ให้การกระตุ้นเชิงบวก ให้คำชี้แนะ ให้โอกาสฝึกฝนในสิ่งที่เด็กสนใจ ให้คำชมเชยที่กระบวนการ ครูก็จะมีอิทธิพลต่อชีวิตของเด็กอย่างน่าอัศจรรย์ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเองเด็กได้ และนั่นคือการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเด็กอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ มีตัวอย่างมากมายของครูที่สร้าง Self-Esteem ให้แก่เด็ก เช่น...

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Self-Esteem

ปัจจัยที่เชื่อกันว่า ส่งผลให้คนเรามี Self-Esteem สูงหรือต่ำนั้นมีหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ ว่ากันตั้งแต่กรรมพันธุ์; พ่อแม่เป็นคนที่มี Self-Esteem เป็นอย่างไร อาจถ่ายทอดต่อให้ลูกได้ อายุ; เด็กที่อายุน้อยกว่าเพื่อนในห้องมากๆ จนทำอะไรไม่ทันเพื่อน ก็อาจจะเสียความมั่นใจในตนเอง ไม่สามารถสร้างความภาคภูมิใจในตนเองได้เพราะรู้สึกว่าตนเองทำไม่ได้เท่าเพื่อน คนแก่ที่อายุมากขึ้นและความสามารถในการดูแลตนเองลดลง ต้องพึ่งพาคนอื่นก็อาจจะรู้สึกสูญเสียคุณค่าในตนเองสุขภาพที่ไม่แข็งแรง ทำอะไรไม่ได้อย่างที่ต้องการ มักจะทำให้ Self-Esteem ต่ำลง ประสบการณ์ชีวิตที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ ถูกข่มเหงกลั่นแกล้งหรือรังเกียจ ก็อาจรู้สึกไม่ดีกับตนเองพอๆ กับที่รู้สึกไม่ดีต่อคนอื่นความคิด...

พ่อแม่คือคนสร้าง Self-Esteem ให้เด็ก

วัฒนธรรมไทยดั้งเดิมเราอาจจะไม่คุ้นนักกับ Self-Esteem หรือการเห็นคุณค่าในตนเอง เพราะเรามักจะ “กลัวเด็กเหลิง” เข้าใจไปว่าถ้าเด็กเห็นคุณค่าในตนเองมาก จะหยิ่งยะโส ผู้ใหญ่ก็จะเอาไม่อยู่ กำกับควบคุมไม่ได้  หรือเด็กจะตัวตนสูงจนอยู่กับคนอื่นยาก  ความเข้าใจนี้ผิดมหันต์ เพราะการเห็นคุณค่าในตนเองจะทำให้เด็กมีเหตุผล มีความเชื่อมั่นในตนเองพร้อมที่จะทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จ รู้สึกดีกับตัวเองแต่ก็รู้สึกดีกับคนอื่นได้ด้วย เด็กจะรู้สึกดีกับสิ่งที่ตนเองทำ เห็นจุดแข็งในตนเองแต่ก็เห็นจุดอ่อนในตนเองที่ต้องพัฒนาปรับปรุงต่อ เพราะมี Self-Esteem ที่เห็นคุณค่าในตนเอง เด็กจึงจะมีฐานของการกำกับควบคุมตนเอง หรือมี Self-Control คนที่เห็นคุณค่าในตนเอง รักตนเองมักจะไม่ทำลายตนเอง แต่จะพยายามกำกับตนเองให้อยู่ในลู่ในทางที่ตนเห็นว่าดี พยายามไปสู่เป้าหมายที่ตนตั้งไว้...

ถ้าเป็นฉัน…

การลงมือทำ สร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า และจะส่งข้อมูลผ่านกระแสไฟฟ้าไปยังสมองซึ่งทำหน้าที่ตีความและตอบสนองกลับไปยังสิ่งเร้า เพื่อรักษาการอยู่ดีมีสุขของชีวิตได้ อย่างน้อยเฉพาะหน้าก็เอาตัวรอดไปให้ได้ อันเป็นกลไกธรรมชาติของสัตว์โลก เมื่อเทียบกับสัตว์อื่น มนุษย์เป็นสัตว์ซึ่งสมองส่วนหน้ามีเนื้อที่มากที่สุดและมีการเชื่อมต่อมากที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดและน้ำหนักตัว สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ (Executive Function: EF) กำกับการกระทำและพฤติกรรม และเมื่อทำงานเชื่อมต่อเส้นใยประสาทกับสมองส่วนอื่นๆ ก็ทำให้มนุษย์สามารถสร้างภาษาเพื่อการสื่อสารในรูปแบบต่างๆได้มากกว่าสัตว์ คิดซับซ้อน วิเคราะห์ สังเคราะห์ มองการณ์ไกลได้มากกว่าสัตว์ทุกชนิดบนโลก จากการฝึกฝนผ่านประสบการณ์ ทำให้ทักษะเหล่านี้เติบโตแข็งแรง แตกแขนงเส้นใยประสาทเชื่อมโยงไปทั่ว เปรียบเหมือนผืนดินที่มีเมล็ดพันธุ์ซ่อนอยู่ เมื่อได้แดดน้ำและอุณหภูมิที่พอเหมาะ ก็จะเติบโต แทงยอด...

Self – Esteem

Self - Esteem เป็นประเด็นที่มีความสำคัญในการพัฒนามนุษย์ และเป็นคอนเซ็ปต์ทางจิตวิทยาที่ได้รับการศึกษาค้นคว้ามากในโลกปัจจุบัน           ในขณะที่ Courtney E. Ackerman นักจิตวิทยาจาก www.positivepsychology.com ให้คำอธิบายสั้นๆ ว่า Self-esteem หมายถึงความรู้สึกทั้งปวงที่คนคนหนึ่งมีต่อคุณค่าในตนเอง และ Morris Rosenberg (1965) เห็นว่า เป็นเจตคติของคนคนหนึ่งที่มีต่อตนเอง ซึ่งอาจมีทั้งความชอบหรือไม่ชอบในตนเองก็ได้  Nathaniel Branden นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ...

อย่าพัฒนา EF เด็กในห้องทดลอง ต้องฝึกในบริบทจริง

อย่าหวังพัฒนา EF แบบสำเร็จรูป อย่าพัฒนา EF เด็กในห้องทดลอง ต้องฝึกในบริบทจริง สมองอยู่ในศีรษะของมนุษย์เรามาตลอด ช่วยให้มนุษยชาติพัฒนาอารยธรรมมาหลายพันปี แต่เราเพิ่งมารู้จักธรรมชาติของสมองกันไม่นานนี้เอง ที่สำคัญและน่าทึ่งที่สุดก็คือทักษะสมอง EF - Executive Functions นี่เอง มันเป็นความสามารถที่สุดยอดที่สุดของเราเมื่อเทียบกับบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย  เพราะ EF ช่วยให้เรากำกับความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรมของเราได้อย่างมีสติรู้ตัว เพื่อให้เราไปถึงจุดหมายที่เราต้องการ ไม่ใช่แค่กับเป้าหมายใหญ่ของชีวิต แต่เราใช้ EF กับเป้าหมายทุกอย่างแม้เล็กๆน้อยๆ...

Stay Connected

22,878แฟนคลับชอบ
2,506ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...