สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก แท็ก Ef

Tag: ef

จากความคิดยืดหยุ่นสู่ความคิดสร้างสรรค์

การกระตุ้นให้เด็กคิดยืดหยุ่นจะนำมาซึ่งความคิดสร้างสรรค์ ทำความเข้าใจเรื่องนี้จากกิจกรรมในชั้นเรียน ในชั้นเรียนคุณครูควรจัดให้เด็กได้มีการเรียนรู้ ประสบการณ์ที่หลากหลาย เพราะจะนำมาสู่ความยืดหยุ่นทางความคิด กิจกรรมของการฝึกยืดหยุ่นทางความคิดที่นำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ทำได้ไม่ยาก ดังตัวอย่างกิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมประดิษฐ์ของจากวัสดุเหลือใช้ คุณครูให้เด็กๆ คิดออกแบบว่าจะประดิษฐ์อะไร แล้วถ่ายทอดออกมาด้วยการวาดเป็นภาพ แล้วให้เด็กเลือกวัสดุที่คุณครูเตรียมไว้อย่างหลากหลาย เด็กคนหนึ่งตั้งใจจะประดิษฐ์จรวด เมื่อเขาได้เลือกวัสดุแล้ว ปรากฏว่าขาดของอยู่ชิ้นหนึ่ง หาไม่ได้ตามต้องการ ไปบอกคุณครู แทนที่คุณครูจะหาให้ กลับถามว่าใช้อะไรทดแทนได้ไหม เด็กพยายามคิด ด้วยความที่ทำงานศิลปะอย่างหลากหลายมาแล้ว เขาจึงคิดได้ว่าจะเอากระดาษเส้นยาวๆ 2 เส้นมาพับทบไปมาให้เป็นเส้นเกลียวทดแทนขดเกลียวยืดที่ต้องการ จะเห็นได้ว่าเด็กได้ใช้ความจำจากการเคยทำ แล้วเอามาปรับใช้...

คำถามปลายเปิดที่ฝึกความคิดยืดหยุ่น

คำถามปลายเปิดเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะกระตุ้นเด็กให้ดึงความจำ (Working Memory) ออกมาใช้ แล้วคิดยืดหยุ่นดัดแปลงแก้ปัญหา ผู้ใหญ่ที่เข้าไปช่วยเด็กในทุกเรื่อง เด็กก็จะขาดโอกาสได้ใช้ความคิดยืดหยุ่นคำถามปลายเปิดเป็นเครื่องมือสำคัญมากที่จะสร้างโอกาสให้เด็กได้ดึงความจำ (Working Memory) ออกมาใช้ แล้วนำมาใช้ดัดแปลง ยืดหยุ่น ทดแทนสิ่งที่ไม่มี ซึ่งมันจะเกิดไม่ได้ถ้าคุณครูไม่ได้เปิดโอกาส ไม่ตั้งคำถามปลายเปิด หรือเข้าไปช่วยเด็กจนเด็กไม่มีโอกาสได้ใช้ความคิดของตัวเอง เด็กก็จะไม่ได้ฝึกใช้ความคิดยืดหยุ่นกิจกรรมง่ายๆอย่างหนึ่งของโรงเรียนจิตเมตต์ปฐมวัย ที่ทำให้เด็กเกิดกระบวนใช้ความจำ (Working Memory) และความคิดยืดหยุ่น คือ กิจกรรมวิเคราะห์ภาพถ่าย เช่น...

วิธีช่วยเด็กจัดการกับอารมณ์

ไม่ว่าทางบ้าน ครอบครัวของเด็กจะมีสภาวะอารมณ์อย่างไร เมื่อเด็กมาโรงเรียนแล้วเจอคุณครูที่มีสภาวะอารมณ์คงที่ จะทำให้เด็กลดความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆ หรือสภาวะขุ่นมัวในจิตใจไปได้ เมื่อเด็กเข้าในโรงเรียนแล้ว คุณครูจะเป็นผู้มีบทบาทดูแลเด็กในทุกๆ ด้านรวมทั้งด้านอารมณ์ความรู้สึกด้วย อย่างแรกครูจะต้องเป็นต้นแบบที่ดีในการควบคุมอารมณ์ตนเอง ไม่ว่าทางบ้าน ครอบครัวของเด็กจะมีสภาวะอารมณ์อย่างไร เมื่อเด็กมาโรงเรียนแล้วเจอคุณครูที่มีสภาวะอารมณ์คงที่ จะทำให้เด็กลดความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆ หรือสภาวะขุ่นมัวในจิตใจไปได้ การโอบกอด รอยยิ้ม การทักทายของคุณครู ก็จะช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและไว้วางใจที่จะเล่าความไม่สบายใจต่างๆ ให้ฟังที่สำคัญคุณครูต้องยอมรับอารมณ์ต่างๆ ของเด็ก เช่น เมื่อเด็กโกรธ คุณครูต้องชวนเด็กหาวิธีจัดการกับอารมณ์ ถ้าเด็กมีความคิดที่จะไปทำร้ายคนอื่นคืน คุณครูก็ควรถามให้เด็กหาทางเลือกอื่น......

การแสดงละครบทบาทสมมุติกับการกำกับควบคุมตนเอง

งานวิจัยที่พบว่า การแสดงละครบทบาทสมมุติ มีผลต่อการพัฒนาการกำกับควบคุมตนเอง และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเด็กที่มีปัญหาขาดความยั้งคิด หรือเด็กที่กำกับควบคุมตนเองไม่ค่อยได้ งานวิจัยที่พบว่า การแสดงละครสมมุติ (Complex Socio-Dramatic Play) มีผลต่อการพัฒนาการกำกับควบคุมตนเอง และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเด็กที่มีปัญหาขาดความยั้งคิด หรือเด็กที่กำกับควบคุมตนเองไม่ค่อยได้ นักวิจัยพบว่า การเล่นละครนอกจากให้ผลในเรื่องการกำกับควบคุมตนเองแล้วยังส่งผลดีด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ช่วยพัฒนาความจำ เพราะในขณะแสดงบทไปตามเรื่องราวของละคร เด็กจะค้นพบว่ามีการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความหมาย ทำให้พวกเขาจดจำได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าการเล่นละครของเด็กๆ ต้องใช้ EF ทุกด้านอย่างฉับพลันทันที นอกจากต้องจำบทบาทของตนเองได้...

ช่วยเด็กสร้างการกำกับควบคุมตนเองและทักษะการวางเป้าหมาย

วิธีการที่จะช่วยสร้างเสริมความสามารถในการกำกับควบคุมตนเองและการวางแผนของเด็ก วิธีการที่จะช่วยสร้างเสริมความสามารถในการกำกับควบคุมตนเองและการวางแผนของเด็กมาให้คุณครูได้นำไปปรับใช้ ดังนี้ - สร้างสัญลักษณ์ที่จะช่วยเตือนใจเด็ก เช่น เสียงเพลงที่ดังขึ้น หมายความว่า เขาต้องเริ่มลงมือทำการบ้านได้แล้ว เป็นต้น - ให้เด็กพูดทบทวนเตือนใจตัวเอง - ฝึกให้เขาให้รางวัลตนเอง เช่น ถ้าทำการบ้านเสร็จ จะออกไปวิ่งเล่น - ชวนเด็กวางแผนพัฒนา EF ด้านที่อ่อนแอ - ติดตามงานของเด็ก เพื่อประคับประคองไม่ให้เบี่ยงเบนออกนอกเส้นทางที่วางไว้ - ฝึกให้เด็กใช้บอร์ดสำหรับติดบันทึก ตารางแผนงาน หรือบันทึกในสมุดบันทึกจนเป็นนิสัย วิธีการเหล่านี้หากทำสม่ำเสมอก็จะสร้าง EF ให้แข็งแรง...

บ้าน-โรงเรียนร่วมด้วยช่วยกันฝึกการควบคุมให้เด็กควบคุมอารมณ์

การพัฒนาทักษะการควบคุมอารมณ์ให้เด็ก มีหลายสิ่งที่พ่อแม่และคุณครูต้องทำความเข้าใจร่วมกัน จึงจะแก้ปัญหาอารมณ์ให้เด็กได้ และสามารถสร้างเสริมทักษะในการควบคุมอารมณ์ให้เด็กได้ในเรื่องการพัฒนาเด็กให้มีทักษะในการควบคุมอารมณ์ มีหลายสิ่งที่พ่อแม่และคุณครูต้องทำความเข้าใจร่วมกัน ดังต่อไปนี้- บ้านและโรงเรียนต้องมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางหรือกระบวนการที่จะควบคุมอารมณ์ให้เด็ก รวมทั้งให้เด็กได้เรียนรู้ถึงข้อตกลงนี้ด้วย- ความรักของพ่อแม่และครู จะช่วยสร้างการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมได้- ผู้ใหญ่ต้องใจเย็นและมีวิธีการโน้มน้าวจูงใจเด็ก- ใช้กิจกรรมต่างๆ เบี่ยงเบนความสนใจของเด็กไปจากเรื่องที่ทำให้เกิดอารมณ์โกรธ หรือเสียใจ ฯลฯ- นำนิทานมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ปรับพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กต้องมีความสม่ำเสมอต่อเนื่อง- การจัดการให้เด็กได้สงบจิตใจ มีสมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาสั้นๆ จะช่วยให้เด็กปรับอารมณ์ได้ที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูต้องตั้งสติ หนักแน่น ไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ของเด็ก "ความรักของพ่อแม่และครู จะช่วยปรับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ สร้างการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมได้"

วิธีส่งเสริมให้เด็กกล้าริเริ่ม ลงมือทำ

วิธีส่งเสริมให้ลูกกล้าริเริ่ม ลงมือทำ เพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในชีวิตคนเราอยู่ที่การกล้าริเริ่ม ลงมือทำ  แม้จะฉลาดปราดเปรื่องในการคิด หรือวางแผนไว้สวยหรูเพียงไร หากไม่ลงมือทำ หรือไม่กล้าเป็นผู้ริเริ่ม ก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ความมั่นใจที่จะลงมือทำนั้นคุณครูสามารถสร้างเสริมให้เด็กได้ตั้งแต่วัยอนุบาล ดังนี้- เปิดโอกาสและสนับสนุนให้เด็กได้ทำในสิ่งที่อยากทำโดยไม่มีอันตราย- ดูแลให้เด็กทำกิจกรรมต่างๆ และงานที่คุณครูมอบหมาย- ขอให้เด็กช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ที่พอทำได้ เช่นช่วยทำความสะอาดห้องเรียน- อย่าตำหนิหากเด็กทำไม่ได้ดี แต่ชื่นชมที่เด็กมีความพยายามลงมือทำ- ให้เด็กได้มีโอกาสคิดค้นวิธีการเล่นการทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเอง ปล่อยให้เด็กเล่นทำกิจกรรมอย่างอิสระ ไม่เข้าไปแทรกแซงว่าเล่นอย่างนั้นสิ...

ปัญญาดีเพราะมีความจำเป็นเลิศ

Working Memory หรือความจำขณะทำงานเป็นพื้นฐานของความสามารถหลายๆ อย่างที่จะตามมา ได้แก่ การเขียน การอ่าน การคิดเชื่อมโยง การคิดวางแผน จัดลำดับความสำคัญ การตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ ความคิดรวบยอด ความจำดีตั้งแต่วัยเด็กจะเป็นพื้นฐานให้เรียนรู้ได้ดี มีทักษะความสามารถด้านอื่นๆ ตามมา ความจำที่เรียกว่า working memory หรือความจำขณะทำงานมีความเกี่ยวข้องกับเด็กที่มีความจำดีอย่างไร รศ.ดร. นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล...

Stay Connected

21,744แฟนคลับชอบ
2,506ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(meaningful learning)แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร ตอบ :การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไรเรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงกับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน...

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ...