สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก แท็ก Ef

Tag: ef

พัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กวัยอนุบาล

เมื่อดูพัฒนาการตามวัยของเด็กวัยอนุบาลแล้ว เราจะพบว่าเด็กเล็กมีพัฒนาการทางอารมณ์ รู้จักอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ และสามารถควบคุมอารมณ์ได้บ้างแล้วลองดูว่าเด็กๆ ในชั้นเรียนของคุณครูมีพัฒนาการดังนี้หรือไม่ เมื่อดูพัฒนาการตามวัยของเด็กวัยอนุบาลแล้ว เราจะพบว่าเด็กเล็กมีพัฒนาการทางอารมณ์ รู้จักอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ และสามารถควบคุมอารมณ์ได้บ้างแล้วลองดูว่าเด็กๆ ในชั้นเรียนของคุณครูมีพัฒนาการดังนี้หรือไม่ ช่วงวัย 3 ขวบ บอกว่ารักพ่อแม่ คนใกล้ชิดได้ แสดงความดีใจ พอใจ เมื่อทำอะไรสำเร็จ ควบคุมอารมณ์ได้เมื่อเจอเรื่องที่ไม่ได้ดังใจ ไม่อาละวาดโวยวาย เข้าไปในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย เช่น ไปตัดผม ไปหาหมอ ฯลฯ ก็ไม่ถึงกับกลัว...

วิธีดูแลอารมณ์เด็กเพื่อให้ EF พัฒนา

การดูแลพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กวัยอนุบาล มีความสำคัญต่อการสร้างพื้นฐาน EF ที่ดี เด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีจะกำกับควบคุมตัวเองได้ดี มีความยับยั้ง การดูแลพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กวัยอนุบาล มีความสำคัญต่อการสร้างพื้นฐาน EF ที่ดี เด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีจะกำกับควบคุมตัวเองได้ดี มีความยับยั้งชั่งใจ มีสมาธิจดจ่อต่อการเรียนรู้ ดังนั้นพ่อแม่ คุณครูต้องช่วยเด็กให้มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี เด็กจึงจะมีจิตใจที่แจ่มใส ร่าเริง มีความสุข พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่างๆ ด้วยวิธีการต่อไปนี้ - คุณครู ผู้ใหญ่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก พร้อมที่จะเข้าใจและรับฟัง - คุณครูเป็นแบบอย่างที่ดีในการควบคุมอารมณ์มีความหนักแน่น สม่ำเสมอ...

ใช้ดนตรีพัฒนาความคิดยืดหยุ่นสร้างสรรค์

มนุษย์ทุกคนมีธรรมชาติที่รักเสียงดนตรี การเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกเชื้อชาติวัฒนธรรมตลอดมา ช่วงวัย 3 ขวบ เด็กจะร้องเพลงได้บางเพลงง่ายๆ ร้องกับคนอื่นได้ เล่นเครื่องเคาะจังหวะง่ายๆ ได้ ทำเสียงดนตรีตามจินตนาการได้ เต้นหรือทำท่าทางตามจังหวะได้ ช่วงวัย 4 ขวบ บอกความแตกต่างของจังหวะเพลงอย่างง่ายๆ ได้ เช่น ช้า หรือเร็ว ร้องเพลงกับกลุ่มได้สอดคล้องพร้อมเพรียงกันมากขึ้น ช่วงวัย 5 ขวบ สร้างทำนองหรือเนื้อเพลงเองได้ หรือใช้ทำนองเพลงเก่าใส่เนื้อใหม่ได้ เสียงเพลง ดนตรี การเคลื่อนไหวเข้าจังหวะ...

วิธีฝึกเด็กให้แก้ปัญหาเก่ง

วิธีฝึกเด็กวัยอนุบาลให้คิดพลิกแพลงแก้ปัญหาเก่ง เด็กที่มีความยืดหยุ่นทางความคิดจะเป็นเด็กที่คิดพลิกแพลงแก้ปัญหาเก่ง ซึ่งเราพอมองเห็นความสามารถนี้ได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กวัยอนุบาล ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กวัยอนุบาลจะแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ได้แล้ว ช่วงวัย 3 ขวบ แก้ปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวันได้ แต่ยังลองผิดลองถูก เช่น สวมเสื้อแต่กลับด้าน ติดกระดุมเหลื่อม สวมรองเท้าผิดข้าง รู้จักถามเพื่อให้ได้วิธีการแก้ปัญหา ช่วงวัย 4 ขวบ แก้ปัญหาโดยใช้อุปกรณ์ช่วย เช่นใช้ไม่เขี่ยของที่เอื้อมหยิบไม่ถึง ช่วงวัย 5 ขวบ รู้จักแก้ปัญหาได้หลายวิธีและรู้จักเลือกวิธีที่เหมาะสม ทีนี้มาดูวิธีฝึกเด็กวัยนี้ให้มีความยืดหยุ่นทางความคิด คิดแก้ปัญหาเก่งกันบ้าง ปล่อยให้เด็กได้ช่วยเหลือตัวเองในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะในการทำกิจวัตรประจำวันให้มากที่สุด เมื่อเด็กทำไม่ได้อย่าดุว่า เมื่อเกิดปัญหา ลองปล่อยให้เด็กแก้ปัญหาด้วยตัวเองดูก่อน แล้วตั้งถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นให้เด็กใช้ความพยายามคิดถึงวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ อย่าตัดสินว่าวิธีการแก้ปัญหาของเด็กใช้ไม่ได้ ฝึกให้เด็กใช้ความคิดยืดหยุ่นด้วยการเล่านิทานให้ฟังแล้วชวนพูดคุย ให้เด็กลองสมมุติตัวเองเป็นตัวละครในนิทาน แล้วจะแก้ปัญหาหรือจะทำอย่างไร ฝึกให้เด็กคิดนอกกรอบ ด้วยการเล่นเกมต่างๆ...

เด็กวัยอนุบาลมีสมาธิจดจ่อแค่ไหน

เด็กเล็กๆ ยังไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อกับอะไรได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กๆ วัยอนุบาลโดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว ก็พอจะมีสมาธิจดจ่อได้บ้างระดับหนึ่ง แน่นอนว่าเด็กเล็กๆ ยังไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อกับอะไรได้ไม่นาน ซึ่งหากจะจับเด็กไปนั่งเรียนเขียนอ่านทันทีที่เข้าโรงเรียน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กๆ วัยอนุบาลโดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว ก็พอจะมีสมาธิจดจ่อได้บ้างระดับหนึ่ง ดังนี้ ช่วงวัย 3 ขวบ เขาจะเปิดหนังสือดูรูปหรือนิทานภาพอย่างต่อเนื่องได้นานประมาณ 3-5 นาที โดยมีผู้ใหญ่ชี้ชวน ฟังคนอื่นพูด แล้วโต้ตอบด้วยวาจาหรือการกระทำ มีสติจดจ่อในการเล่นหรือทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องได้นานประมาณ 5-10...

วิธีเสริมสร้างสมาธิจดจ่อให้เด็กทำงานสำเร็จ

วิธีเสริมสร้างสมาธิจดจ่อให้ลูกวัยอนุบาล เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และทำงานสำเร็จ คุณครูสามารถฝึกเด็กวัยอนุบาลให้มีสมาธิจดจ่อ มีความตั้งใจทำอะไรจนสำเร็จได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้ - ไม่เข้าไปรบกวน เข้าไปช่วย เวลาเด็กกำลังตั้งใจทำอะไรหรือง่วนเพลินอยู่ ปล่อยให้เขาทำจนเสร็จ - หากเด็กทำไม่ได้ ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ - ชมเชยเมื่อเห็นเด็กมีความตั้งใจและพยายาม - หาของเล่นหรือหนังสือที่เสริมสร้างสมาธิจดจ่อ เช่น นิทานที่มีภาพสวยๆ มีเสียง การต่อภาพจิ๊กซอว์ง่ายๆ การต่อบล็อก ฯลฯ - ให้เด็กทำกิจกรรมที่เสริมสร้างสมาธิจดจ่อ เช่น วาดภาพระบายสี ทำงานศิลปะ งานประดิดประดอย การเคลื่อนไหวตามจินตนาการ...

ปฐมวัย วัยทองของการพัฒนาทักษะ EF

ในช่วงปฐมวัย (แรกเกิด-6 ปี) เป็นวัยทองของการพัฒนาทักษะ EF ที่พ่อแม่และครูอนุบาลจะต้องช่วยเด็กในวัยนี้ให้พัฒนาทักษะ EF เพื่อให้เด็กมีความพร้อมกับการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นต่อไป มีงานวิจัยจากการประเมินผลของโครงการ Chicago School Readiness ชี้ว่าทักษะ EF ของเด็กที่พัฒนาในช่วงวัยอนุบาล สามารถทำนายถึงความสำเร็จในวิชาคณิตศาสตร์และการอ่านในเวลาอีก 3 ปีต่อมา ยิ่งไปกว่านั้นทักษะ EF ยังแสดงถึงความพร้อมในการเข้าเรียนได้ดีกว่าการวัด IQ ของเด็ก ทักษะ EF ในเด็กไม่ว่าการมีสมาธิจดจ่อในงานที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้การวางแผน...

ข้อแนะนำที่พ่อแม่และครูควรใส่ใจ

ในการพัฒนาทักษะ EF มีข้อแนะนำที่พ่อแม่และครูควรใส่ใจ ในการพัฒนาทักษะ EF มีข้อแนะนำที่พ่อแม่และครูควรใส่ใจ ดังต่อไปนี้ - ในการพัฒนาทักษะ EF อาศัยความเข้าใจ ความรักความเมตตา ความสม่ำเสมอของพ่อแม่ และครูเป็นพื้นฐาน - คุณครูต้องเอาใจใส่พัฒนาทักษะ EF ไปพร้อมๆ กับการเรียนการสอน - ความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนาทักษะ EF คุณครูควรสอนเด็กให้รู้จักจัดการความ- เครียด และทำตัวเป็นตัวอย่าง สอนให้เด็กเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองและผู้อื่น รู้จักควบคุมอารมณ์ รู้จักรอคอย...

Stay Connected

21,744แฟนคลับชอบ
2,506ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(meaningful learning)แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร ตอบ :การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไรเรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงกับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน...

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ...