สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก แท็ก Emotional Control

Tag: Emotional Control

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

บทที่ 9 ตอนที่ 5 : สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม

สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม การที่ผู้ใหญ่สะท้อนอารมณ์ของเด็ก บอกให้เด็กรู้ว่าตัวเด็กกำลังรู้สึกอย่างไร จะทำให้เด็กรู้สึกมี Self มีตัวตน เพราะความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้น ผู้ใหญ่เห็น ได้ยิน ให้ความสนใจ และการที่ผู้ใหญ่บอกว่าอารมณ์นั้นเรียกว่าอะไร เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอารมณ์ อย่างเช่นที่สถาบัน 101 Educare Center ในวันเปิดเทอมแรกๆ เมื่อเด็กมาเรียนแล้วร้องไห้ ครูจะสะท้อนอารมณ์เด็ก โดยพูดว่า “หนูร้องไห้ เพราะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ อยากไปหาคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”...

บทที่ 9 ตอนที่ 4 : เด็กแบเบาะก็เรียนรู้จักอารมณ์ได้

เด็กแบเบาะก็เรียนรู้จักอารมณ์ได้ อย่าละเลยที่จะสอนเด็กเล็กๆ ให้รู้จักอารมณ์ ทักษะอารมณ์เป็นทักษะที่สำคัญและเป็นพื้นฐานของทักษะสังคม ส่งผลซึ่งกันและกัน แต่ผู้ใหญ่มักมองข้ามและไม่ได้ส่งเสริมเด็ก เพราะเข้าใจว่าจะเกิดขึ้นเองเมื่อเด็กโตขึ้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เด็กอาจจะมีทักษะเอง แต่มีแบบไม่มีคุณภาพ ถ้าพิจารณาถึงพัฒนาการทางสมอง เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องทักษะทางอารมณ์ได้ตั้งแต่อายุ 8 เดือน เพราะฉะนั้นวิธีการเลี้ยงดูที่บอกว่า “ยังเด็กอยู่ ปล่อยไปก่อน” สวนทางกับพัฒนาการทางสังคม มีการศึกษาทดลองในห้องทดลองที่สหรัฐอเมริกา เพื่อดูว่าเด็กในวัย 8 เดือนเมื่อมีอารมณ์แล้วจะตามอารมณ์ตัวเองได้ทัน ยับยั้งได้ แล้วยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ จึงสอนภาษามือง่ายๆ ให้เด็ก เช่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 3 : วินัยเชิงบวกดีกว่าการสั่งบังคับอย่างไร อธิบายได้ด้วย Neuroscience

วินัยเชิงบวกดีกว่าการสั่งบังคับอย่างไร อธิบายได้ด้วย Neuroscience พ่อแม่หรือครูแค่รู้วิธีการใช้วินัยเชิงบวกอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเข้าใจไปถึงเรื่องพัฒนาการของเด็ก การทำงานของสมองในแต่ละช่วงวัย เช่น พัฒนาการของเด็กตอนนั้น ภาวะจิตใจอยู่ในขั้นตอนใด เพื่อจะได้ใช้วิธีที่ตรงกับธรรมชาติของสมอง ของจิตใจ และธรรมชาติพัฒนาการ ซึ่งตรงข้ามกับการฝึกวินัยที่ใช้อำนาจอย่างมาก ที่กำกับพฤติกรรมเด็กให้ได้ผลตามที่ผู้ใหญ่ต้องการด้วยการใช้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงพัฒนาการของเด็กหรือปัจจัยอะไรทั้งสิ้น ซึ่งส่งผลเสียให้กับเด็กในระยะยาว วินัยเชิงบวก (Positive Disciplines) เป็นแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นจากการบูรณาการองค์ความรู้ ข้อมูลการทดลอง งานวิจัย และแนวคิดของพัฒนาการแต่ละด้านของเด็ก ได้แก่ จิตวิทยา สังคมวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์  ในช่วงเริ่มแรก...

ครู โรงเรียน กับ การเห็นคุณค่าในตนเองของเด็ก

เด็กบางคนโชคร้ายไม่ได้รับโอกาสพัฒนา Self-Esteem จากพ่อแม่ในช่วงวัยเริ่มต้นของชีวิต ก็อาจมีโอกาสครั้งที่สองที่โรงเรียน นี่คือหลักการทั่วไปที่ควรคาดหวังได้  แต่ถ้าครูไม่เข้าใจเรื่องนี้ ก็อาจเป็นโชคร้ายที่ซ้ำสองของเด็กคนนั้น !!?? งานวิจัยมากมายยืนยันว่า ถ้าครูมีศรัทธาในเด็ก เชื่อว่าเด็กมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ และมุ่งมั่นที่จะแปรความรักความเมตตาของตน ให้กลายเป็นความเอาใจใส่ กำลังใจ ให้การกระตุ้นเชิงบวก ให้คำชี้แนะ ให้โอกาสฝึกฝนในสิ่งที่เด็กสนใจ ให้คำชมเชยที่กระบวนการ ครูก็จะมีอิทธิพลต่อชีวิตของเด็กอย่างน่าอัศจรรย์ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเองเด็กได้ และนั่นคือการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเด็กอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ มีตัวอย่างมากมายของครูที่สร้าง Self-Esteem ให้แก่เด็ก เช่น...

ความรู้ชุด : Strength จุดแข็ง #4 เมื่อลูก “ยัง” ทำไม่ได้

เมื่อลูก “ยัง” ทำไม่ได้ จากวิวัฒนาการที่ผ่านมานับแสนๆ ปี ธรรมชาติของสมองมนุษย์มักจะพุ่งความสนใจไปที่ข้อบกพร่อง และด้านลบของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต จากพื้นฐานหน้าที่หลักของสมองที่ทำงานเพื่อให้มีชีวิตอยู่ให้รอดปลอดภัยเป็นพื้นฐาน มนุษย์ในสมัยนี้มีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ที่ผ่านมนุษย์ไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ได้ปลอดภัยจากการถูกข่มเหงจากคนด้วยกัน จากสัตว์ร้าย และภัยธรรมชาติ และการคุกคามอื่นๆเท่ากับทุกวันนี้ สมองของมนุษย์จึงถูกโปรแกรมให้น้ำหนักความสนใจไปที่ภยันอันตราย เหตุร้าย และภัยคุกคามชีวิต แม้ว่าการคาดการณ์ในแง่ลบเป็น “อคติ” ที่ทำให้เราสนใจแต่ปัญหาในสภาพแวดล้อมมากกว่าการคาดการณ์ในแง่ดี แต่การระแวดระวังก็ช่วยให้มนุษย์เอาตัวรอดในโลกที่ผ่านมาและมีวิวัฒนาการมาจนทุกวันนี้           การมองสิ่งต่างๆในแง่ลบจึงเป็นเหมือนดีเอ็นเอที่ส่งต่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตัวตนของมนุษย์เรา ในวัฒนธรรมของชาติต่างๆ เราจึงพบเห็นได้ทั่วไปว่า การเลี้ยงดูอบรม...

ความรู้ชุด : Strength จุดแข็ง #3 สมองต้องการ การชื่นชม (แบบไหน)

สมองต้องการ การชื่นชม (แบบไหน) ในสมัยรุ่นปู่ย่าตายาย หรือแม้แต่รุ่นของพ่อแม่ที่มีอายุสักหน่อย อาจจะมีประสบการณ์ที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่มักไม่มีคำชมเชย หรือให้กำลังใจในยามที่ทำอะไรได้ดี หรือประสบความสำเร็จ เพราะกลัวเหลิง ด้วยความคิดว่า ความดีเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำอยู่แล้ว จึงสนใจ “จับผิด” มากกว่า “จับถูก” เพื่อขัดเกลาลูกหลานให้เป็นคนที่ดีขึ้นเก่งขึ้น แต่จากการค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องสมองของสาขาประสาทวิทยาในวิทยาศาสตร์สมัยใหม่พบว่า การไม่ชมเชยเด็กอาจส่งผลเสียต่อเด็ก ในวัยของเด็กเล็กต้องการได้รับการเอาใจใส่จากพ่อแม่ผ่านการสนใจและตอบสนอง เด็กที่ทำอะไรได้ดี เช่น ใส่รองเท้าเอง กินข้าวอย่างตั้งใจ กินข้าวเสร็จเอาจานไปเก็บ ฯลฯ...

Self – Esteem

Self - Esteem เป็น ประเด็นที่มีความสำคัญในการพัฒนามนุษย์ และเป็นคอนเซ็ปต์ทางจิตวิทยาที่ได้รับการศึกษาค้นคว้ามากในโลกปัจจุบัน Nathaniel Branden นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ The Six Pillars of Self - Esteem ให้ความสำคัญว่า “Self-esteem คือระบบภูมิคุ้มกันของจิตสำนึก ที่จะช่วยสร้างพลังชีวิตที่เข้มแข็ง ให้มีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ และความสามารถในการพลิกฟื้นจิตใจตนเอง เหมือนกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่จะช่วยเรารับมือกับความยากลำบากในชีวิต เช่น...

Stay Connected

22,878แฟนคลับชอบ
2,506ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...